วันนี้ของดเที่ยว 1 วัน เพราะสาวอุดรไปเจอแรงบันดาลใจอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนเรารวยขึ้นมาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนสูงๆ ไม่รู้ว่าสาวอุดรคิดผิดคิดถูกนะ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ข้างๆบ้าน คุณน้า คุณป้า บางคนเขาไปมีสามีฝรั่ง จากที่เคยจนไม่มีจะกิน ตอนนี้เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างสบาย แนะๆๆๆๆ คิดว่าสาวอุดรอยากมีสามีฝรั่งกะเขาล่ะซิ ไม่หรอกค่ะ แค่มันเป็นความคิดแวบหนึ่งที่เข้ามาในหัว เราเป็นคนบ้านนอก ฐานะไม่ได้ร่ำรวย การศึกษาก็ไม่สูง จบแค่ ม. 6 ไม่รู้จะทำงานอะไร สาวอุดรไม่อยากไปทำงานกรุงเทพ เพราะเป็นห่วงพ่อแม่ แต่คิดไปคิดมา อยู่แบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มันก็เลยมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว “ถ้าเราไปทำงานต่างประเทศล่ะเราจะมีเงินส่งมาให้พ่อแม่ได้มากขนาดไหน” เพราะด้วยค่าของเงิน เขาว่าทำงานเมืองนอกได้เงินไม่มากก็จริง แค่เดือนละ 2,000-3,000 ดอลล่าร์ แต่พอแลกเป็นเงินไทย ตกเกือบแสนเลยนะ
ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีประสบการณ์การไปทำงานต่างประเทศ ก็เม้นตอบสาวอุดรมาได้นะคะ เพราะสาวอุดรคิดคนเดียวไม่มีที่ปรึกษา และด้วยความคิดนี้ทำให้สาวอุดรคิดซ้ำไปซ้ำมา จนมาตกผลึกที่ว่า เราต้องคิดเรื่องเงินเป็นสำคัญ เพราะจะไปเมืองนอก ไปอยู่ไกลบ้านไกลเมืองต้องรวยเท่านั้น รวยแล้วหอบเงินกลับมาบ้าน (ความคิดของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง)
ที่มีความคิดนี้ขึ้นในหัว เหตุเริ่มต้นมีอยู่ว่า มีน้าข้างบ้านเขาได้สามีฝรั่งและเปิดร้านอาหารที่อเมริกา เขาเลยมาชวนสาวอุดรไปทำงานเสริฟที่ร้านเขา เขาบอกว่าได้ทิปประมาณ 100-120 ดอลล่าร์ เลยนะ ค่าที่พัก ค่ากินไม่ต้องจ่าย อยู่กินกับเขาเลย แต่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางเองทุกอย่าง สาวอุดรก็ตาลุกวาววเลยสิคะ เห็นเงินลอยมาอยู่เต็มหน้าเลย คิดในใจว่า ข้อยสิรวยแล้วเด้อ!!!
ก็เลยมานั่งค้นหาข้อมูลจากเน็ต และมานั่งคิดคร่าวๆว่า ถ้าได้ประมาณวันละ 100 ดอลล่าร์ ทำงาน 20 วัน ตกเดือนละ 2,000 ดอลล่าร์ แลกเป็นเงินไทยได้ประมาณเดือนละ 70,000 บาท โอ้ว แม่เจ้า อยู่บ้านเห็นเงินพันก็บุญหัวแล้ว ถ้าเราหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกสักครึ่งหนึ่งอย่างน้อยก็เหลือส่งกลับบ้านเดือนละ 36,000 บาท โห๋ มันเปลี่ยนชีวิตครอบครัวสาวอุดรเลยนะเนี่ย
หลังจากคิดรายได้รายจ่ายก็ต้องมานั่งคิดถึงค่าเดินทาง ว่าต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องไปกู้ยืมหรือจำนองที่มาเท่าไหร่ถึงจะพอ เพราะถ้าเรามีรายได้ขนาดนี้ เราคงเก็บเงินมาไถ่ที่ได้เร็ว มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง
สาวอุดรไม่รอช้าค่ะ ตรงดิ่งเข้าถามอาจารย์กลูเกิ้ลค่ะ (ยังไม่อยากถามน้าเขา อยากลองหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อน เพราะกลัวโดนหลอกเหมือนกัน) ก็เลยไปเจอคำตอบที่เว็บ yahoo เขาบอกว่า
ถ้าจะทำแบบถูกกฎหมายเลยก็ต้องมีใบเขียวก่อน แต่การทำใบเขียวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และใช้เวลานานมาก เพราะต้องให้ญาติพี่น้องที่เป็นประชาชนอเมริกันทำเรื่องขอใบเขียวให้คุณ ซึ่งอาจกินระยะเวลาถึง 10 ปี

ส่วนแบบนี้ ถือว่าง่ายสุดแล้ว แต่ก็ต้องเสี่ยง ไปขอวีซ่าท่องเที่ยวให้ผ่านก่อน แต่แค่การขอวีซ่านั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว คุณต้องมีเงินมากพอ ถามว่ามากขนาดไหน ก็มากพอที่สถานทูตเค้าแน่ใจว่าคุณจะไม่ไปโดดและไปทำงานที่นู่น พอได้วีซ่ามาแล้ว ก็ง่ายขึ้น แกล้งซื้อตั๋วทำเป็นไปเที่ยว พอถึงที่นู่นก็โดดวีซ่าเลย ทำงานไปเรื่อยๆ คนไทยส่วนใหญ่นิยมไปทำงานกันในร้านอาหารไทย แต่ขอบอกว่าแบบนี้ผิดกฎหมาย ถ้าหากคุณถูกจับ มีโอกาสโดนส่งกลับไทยและถูกปฏิเสธการเข้าอเมริกาอีก 10 ปี เลยทีเดียว ในปัจจุบันนี้คนไทยส่วนใหญ่โดดวีซ่ากันเยอะ แล้วเลือกที่จะมาทำเรื่องแต่งงานที่อเมริกา เพื่อให้ได้ใบเขียว แต่ก็ต้องใช้เงินในการจ้างแต่งงานปลอมๆนี่ไม่น้อย

ถ้าหากไม่อยากโดดวีซ่า ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือ ขอวีซ่านักเรียน จ่ายค่าหน่วยกิตตามโรงเรียนสอนภาษา แต่ไม่เข้าเรียน ทางโรงเรียนเค้าจะของวีซ่า ไอ20 ให้ คุณก็สามารถเข้าออกอเมริกาได้สบายๆตราบใดที่ยังจ่ายค่าเเรียนอย่างต่อเนื่อง แล้วคุณก็ไปหางานทำ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า การถือวีซ่านักเรียนแล้วทำงานนั้น ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายอยู่ดี
ที่บอกมาทั้งหมด วิธีแรกดีที่สุด แต่ยากที่สุดและมีโอกาสที่จะเป็นไปได้น้อยมาก ส่วนวิธีที่สองก็มีคนนิยมใช้เยอะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ถ้าไม่ลำบากจริงๆ คุณอย่าทำ เพราะกว่าจะมาทำงานได้จริงๆ คุณก็ต้องหมดเงินไปกับการทำวีซ่า และการเอาชีวิตไปเสี่ยงในเรื่องแบบนี้ ซึ่งคุณก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป อย่าคิดว่าไปทำงานต่างประเทศแล้วจะหอมหวาน เพราะสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ทำกันได้ง่ายๆ”
และยังได้ข้อมูลที่เขามาตอบกระทู้ในเว็บ pantip อีกว่า
“เข้ามาให้ข้อมูลที่ปฏิบัติตามจริงได้ การจะมาทำงานในต่างประเทศได้อย่างถูกกฏหมายนั้นต้องมีวีซ่าที่ทำงานได้ วีซ่าที่ทำงานได้ได้มาจากการมีนายจ้างประเทศนั่นจ้างทำงานและจากการถือวีซ่าถาวร โดยมีผู้ใกล้ชิดทางสายเลือดหรือคู่สมรสขอให้ นอกนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากแอบมาทำงานอย่างผิดกฏหมาย ซึ่งจะเหมือนเพื่อนบ้านไทยหลบหนีเข้าเมืองมาแอบทำงานในกรุงเทพ ว่างๆเช้าวันอาทิตย์ไปยืนแอบดูตรงใต้สะพานลอยถนนกาญจนาหรือถนนพระรามสอง จะมีตำรวจยืนโบกให้เท็กซี่ที่ขับมาจอดตรวจบัตรผู้โดยสารที่นั่งมา เขาดูออกว่าเป็นคนงานต่างด้าวหรือไม่ง่ายๆคือ นั่งมาทีเต็มคันรถ การจะมาโดยโครงการ Travel+++อะไรเหล่านี้ มันเป็นโครงการหลอกเอาสตางค์เด็ก ได้วีซ่ามาทำงานแค่สามเดือน จะไปเก็บเงินได้สักเท่าไหร่ ถ้าตัดสินใจแน่วแน่ว่า จะต้องมาทำงานตายเอาดาบหน้าที่เมืองนอกให้ได้ละก้อ ต้องหาทางว่าจะได้วีซ่าตามที่ว่านี้ได้อย่างไร?
วิธีสุดท้าย หาแฟนชาวอเมริกัน แล้วขอวีซ่าคู่หมั้น ไปอยู่ที่นู่นเลย ก็จะทำงานได้ แต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ง่ายอีก”

โอ๊ย!!! ความฝันพังทลาย กะว่าจะรวยกะเขาแล้วนะเนี่ย ถ้ามันยุ่งยากขนาดนี้ อยู่บ้านเราดีกว่าเนอะ หรือมีใครพอมีแนวทางที่จะไปทำงานต่างประเทศได้ ก็บอกสาวอุดรมาหน่อยนะคะ สาวอุดรไม่ได้อยากมีสามีฝรั่งแต่อยากไปทำงานค่ะ
และด้วยเหตุนี้ทำให้สาวอุดรฉุกคิดได้ว่า ที่สาวไทยถูกหลอกไปขาย ก็คงเพราะค่าเงินที่แตกต่างกัน และทุกคนก็คงคิดเหมือนสาวอุดร คือ คิดถึงแต่จำนวนเงินที่จะได้ ไม่คิดถึงความปลอดภัย และชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่น ว่าเราจะอยู่ยังไง กินยังไง เวลามีปัญหาจะปรึกษาใครได้ ที่สำคัญเลยคือ ไม่รู้กฎหมายบ้านเมืองของเขา เอาเงินเป็นที่ตั้ง จุดจบของความโลภทำให้ชีวิตหลายคนพังไม่มีชิ้นดี นึกแล้วก็กลัว สาวอุดรขออยู่ที่บ้านเราดีกว่านะคะ ถึงจะจนแต่ก็มีความสุขกว่าเยอะ ว่าไหม้??