สาวอุดรได้มีโอกาสมาเที่ยวภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ แถวอำเภอสะเมิง ซึ่งปลูกสตรอว์เบอร์รี่เยอะมาก เป็นแหล่งผลิตสตรอว์เลยก็ว่าได้ ก็อากาศเย็นๆ เหมาะกับการปลูกสตรอว์มากๆเลย สาวอุดรก็อดไม่ได้ที่จะไปถ่ายรูป และเก็บสตรอว์สดๆจากต้นมากิน โอ้ว!!! ลูกสีแดงๆ โตๆ หวานๆ อมเปรี้ยว อร่อยซี๊ดสุดๆๆ อุต๊ะ !!! สาวอุดรลืมถามไปว่าเขาฉีดยาฆ่าแมลงหรือเปล่า กลิ่นไปหลายลูกแล้วนะเนี่ย

ชักสงสัยแล้วสิ สตรอว์เบอร์รี่ลูกสีแดงๆสวยๆ กว่าจะเก็บออกมาขาย
เขาทำยังไงทำไมลูกสวยไม่มีรอยแมลงเจาะเลย บรื๋ยย เรากินยาอะไรลงไปบ้างแล้วเนี่ย

ทำไมสตรอว์เบอร์รี่ถึงปลูกในพื้นที่ทีมีอากาศหนาวเท่านั้น

เออ เรานี่ก็แปลกเนาะ สงสัยอะไรแปลก ก็สตรอว์เป็นพืชเมืองหนาว ก็ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวสิ ตามข้อมูลเขาบอกว่า ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 800 เมตร และต้องมีอุณหภูมิ 10-25 องศา คือมีอากาศเย็นตลอดปี โอ้ว ก็คงมีแต่บนภูเขาเท่านั้นนะสิเนี่ย มิน่าบ้านสาวอุดรปลูกไม่ได้ อิอิ

หากอยากมีเที่ยวชมสวนสตรอว์เบอร์รี่ให้มาช่วงปลายปีนะคะ เพราะเขาจะเริ่มปลูกปลายเดือนสิงหากัน และเริ่มเก็บผลได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน สรุปปลายปีจนถึงต้นไป ไปได้เลย แนะนำที่เชียงใหม่ อำเภอสะเมิงนะคะ แหล่งใหญ่เลยค่ะ ได้บรรยากดีมากๆ ขอบอก ฟินนมากๆ

พันธ์สตรอง์เบอร์รี่ที่นิยมปลูกในประะทศไทย

ส่วนมากจะเป็นพันธ์ุพระราชทาน เช่น พันธ์ุพระราชทาน 16 พันุธ์พระราชทาน 20 พันธ์ุพระราชทาน 50,70 และ 72 เป็นพันธ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก ส่วนพันธ์ุพระราชทาน 80 โครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูกเช่นกัน แต่เป็นสายพันธ์ที่เอามาจากประเทศญี่ปุ่น และพันที่กรมเกษตรส่งเสริมก็จะเป็นพันธ์ 329 ที่เอาพันธ์มาจากประเทศอิสราเอล

ในสตรอว์เบอร์รี่หนึ่งลูกมีอะไรบ้าง

ไม่น่าเชื่อว่าในสตรอว์เบอร์รี่หนึ่งลูกจะมีประโยชน์มากมาย สาวอุดรชักอยากจะกินทุกวันแล้วจิ กลับบ้านแล้วจะหาซื้อที่ไหนเนี่ย ก็ในหนึ่งลูกมีทั้ง วิตามิน เอ บี และซี และมีกรดโฟลิก (Folic acid) หรือโฟเลต ที่เราเคยเห็นเขาโฆษณานมที่บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์นั่นแหละ และยังรักษาคนเลือดจางได้ด้วยนะ

มีใครกินสตรอว์เบอร์รี่แล้วแพ้บ้างไหม

ในคนที่มีอาการแอนาฟิแล็กซิสจากการกินสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งอาการนี้เป็นอาการรุนแรงอาจถึงชีวิตได้ โดยจะ มีผื่นคัน ปากคอบวม ความดันเลือดต่ำ ซึ่งโดยทั่วไป เราจะสังเกตได้ง่ายๆเลย ก็คือ เป็นลมพิษ คัน และผิวหนังแดง ริมฝีปากบวม(ลมพิษแองจิโออีดีมา) มีอาการปวดแสบปวดร้อน และมีอาการ้ำมูกไหลร่วมด้วย และที่เห็นเด่นชัดอีกอย่างคือ มีรอยเขียวคล้ำตามผิวหนัง อาเจียนตลอดเวลาด้วย โอ๊ย น่ากลัวจริงๆ ก่อนกินสตรอว์เบอร์รี่ต้องล้างให้ดีๆด้วยนะคะ

สารเคมีที่มากับสตอว์สตรอเบอรี่

จริงแล้วเริ่มต้นจากการที่เกษตรกรเลือกพันธ์สตรอว์เบอร์รี่มาปลูก ซี่งพันธุ์ 329 พันธ์ 80 เป็นพันธ์ที่ผู้บริโภคชอบทาน แต่เป็นพันธ์ที่ค่อนข้างดูแลยาก เพราะเป็นพันธ์ที่ไวต่อโรค จึงทำให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมีเข้าช่วย ซึ่งสารเคมีที่เกษตรนำมาใช้คือ “สารอะบาเม็คติน” เป็นสารฆ่าแมลง หากร่างกายได้รับในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท และอาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากระบบหัวใจล้มเหลว และ “สารไดเทน” ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้สำหรับรักษาโรคราของพืช

อยากจะเตือนผู้บริโภคที่ชอบไปเที่ยวสวนตรอว์เบอร์รี่ แล้วชอบไปเก็บ ชิม ชอป ในสวน เซลฟี่ไปด้วย กินไปด้วย โอ้ว น่ากลัวค่ะ หยิบมาแค่ถ่ายรูปก็พอนะคะ ส่วนถ้าจะกินจริง ขอให้เอาไปล้างให้สะอาดก่อน เพราะถึงพ่อค้าแม่ค้าจะบอกว่าไม่ได้ฉีดยากินได้ ก็อย่าไว้วางใจค่ะ ถ้าเกิดแพ้สารเคมีขึ้นมา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะคะ กันไว้ดีกว่าแก่ ได้รูปสวยๆ แต่ได้อาการป่วยกลับมาก็ไม่ไหวนะคะ

สตรอว์เบอร์รี่ผลไม้เพื่อความงาม

รู้เปล่าว่าในสตรอว์เบอร์รี่ 1 ลูก อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เคอซิติน (Quercetin) เคมเพอรอล (Kaempferol) ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนช่วยยับยั้งสารก่อโรคมะเร็งชนิดต่างๆได้ ไม่มีคอเรสเตอรอล แต่มีไฟเบอร์ เหมาะมากๆเลยสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก และตอ้งการดูแลผิวพรรณ์ เพราะในสตรอว์เบอร์รีมีวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ป้องกันการเสือ่มของผิวด้วย คนที่กินสตรอว์เบอร์รี่เป็นประจำผิวจึงสวยสดใส หรือจะปั่นสตรอว์เบอร์รี่กับโยเกิร์ตมาพอกหน้า สครับผิวหน้าก็ได้นะจ๊ะ

สตรอว์เบอรี่หนึ่งลูกมีอะไรมากกว่าที่คิดจริง ถ้าเลือกทานให้ถูกวิธีก็ช่วยบำรุงร่างกาย แต่ถ้าทานแบบมักง่าย ก็นำพาโรคต่างๆเข้ามาได้นะคะ