มีอะไรในสตรอว์เบอร์รี่หนึ่งลูก (strawberry)

สาวอุดรได้มีโอกาสมาเที่ยวภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ แถวอำเภอสะเมิง ซึ่งปลูกสตรอว์เบอร์รี่เยอะมาก เป็นแหล่งผลิตสตรอว์เลยก็ว่าได้ ก็อากาศเย็นๆ เหมาะกับการปลูกสตรอว์มากๆเลย สาวอุดรก็อดไม่ได้ที่จะไปถ่ายรูป และเก็บสตรอว์สดๆจากต้นมากิน โอ้ว!!! ลูกสีแดงๆ โตๆ หวานๆ อมเปรี้ยว อร่อยซี๊ดสุดๆๆ อุต๊ะ !!! สาวอุดรลืมถามไปว่าเขาฉีดยาฆ่าแมลงหรือเปล่า กลิ่นไปหลายลูกแล้วนะเนี่ย

ชักสงสัยแล้วสิ สตรอว์เบอร์รี่ลูกสีแดงๆสวยๆ กว่าจะเก็บออกมาขาย
เขาทำยังไงทำไมลูกสวยไม่มีรอยแมลงเจาะเลย บรื๋ยย เรากินยาอะไรลงไปบ้างแล้วเนี่ย

ทำไมสตรอว์เบอร์รี่ถึงปลูกในพื้นที่ทีมีอากาศหนาวเท่านั้น

เออ เรานี่ก็แปลกเนาะ สงสัยอะไรแปลก ก็สตรอว์เป็นพืชเมืองหนาว ก็ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวสิ ตามข้อมูลเขาบอกว่า ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากน้ำทะเล 800 เมตร และต้องมีอุณหภูมิ 10-25 องศา คือมีอากาศเย็นตลอดปี โอ้ว ก็คงมีแต่บนภูเขาเท่านั้นนะสิเนี่ย มิน่าบ้านสาวอุดรปลูกไม่ได้ อิอิ

หากอยากมีเที่ยวชมสวนสตรอว์เบอร์รี่ให้มาช่วงปลายปีนะคะ เพราะเขาจะเริ่มปลูกปลายเดือนสิงหากัน และเริ่มเก็บผลได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน สรุปปลายปีจนถึงต้นไป ไปได้เลย แนะนำที่เชียงใหม่ อำเภอสะเมิงนะคะ แหล่งใหญ่เลยค่ะ ได้บรรยากดีมากๆ ขอบอก ฟินนมากๆ

พันธ์สตรอง์เบอร์รี่ที่นิยมปลูกในประะทศไทย

ส่วนมากจะเป็นพันธ์ุพระราชทาน เช่น พันธ์ุพระราชทาน 16 พันุธ์พระราชทาน 20 พันธ์ุพระราชทาน 50,70 และ 72 เป็นพันธ์ที่มูลนิธิโครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูก ส่วนพันธ์ุพระราชทาน 80 โครงการหลวงส่งเสริมให้ปลูกเช่นกัน แต่เป็นสายพันธ์ที่เอามาจากประเทศญี่ปุ่น และพันที่กรมเกษตรส่งเสริมก็จะเป็นพันธ์ 329 ที่เอาพันธ์มาจากประเทศอิสราเอล

ในสตรอว์เบอร์รี่หนึ่งลูกมีอะไรบ้าง

ไม่น่าเชื่อว่าในสตรอว์เบอร์รี่หนึ่งลูกจะมีประโยชน์มากมาย สาวอุดรชักอยากจะกินทุกวันแล้วจิ กลับบ้านแล้วจะหาซื้อที่ไหนเนี่ย ก็ในหนึ่งลูกมีทั้ง วิตามิน เอ บี และซี และมีกรดโฟลิก (Folic acid) หรือโฟเลต ที่เราเคยเห็นเขาโฆษณานมที่บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์นั่นแหละ และยังรักษาคนเลือดจางได้ด้วยนะ

มีใครกินสตรอว์เบอร์รี่แล้วแพ้บ้างไหม

ในคนที่มีอาการแอนาฟิแล็กซิสจากการกินสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งอาการนี้เป็นอาการรุนแรงอาจถึงชีวิตได้ โดยจะ มีผื่นคัน ปากคอบวม ความดันเลือดต่ำ ซึ่งโดยทั่วไป เราจะสังเกตได้ง่ายๆเลย ก็คือ เป็นลมพิษ คัน และผิวหนังแดง ริมฝีปากบวม(ลมพิษแองจิโออีดีมา) มีอาการปวดแสบปวดร้อน และมีอาการ้ำมูกไหลร่วมด้วย และที่เห็นเด่นชัดอีกอย่างคือ มีรอยเขียวคล้ำตามผิวหนัง อาเจียนตลอดเวลาด้วย โอ๊ย น่ากลัวจริงๆ ก่อนกินสตรอว์เบอร์รี่ต้องล้างให้ดีๆด้วยนะคะ

สารเคมีที่มากับสตอว์สตรอเบอรี่

จริงแล้วเริ่มต้นจากการที่เกษตรกรเลือกพันธ์สตรอว์เบอร์รี่มาปลูก ซี่งพันธุ์ 329 พันธ์ 80 เป็นพันธ์ที่ผู้บริโภคชอบทาน แต่เป็นพันธ์ที่ค่อนข้างดูแลยาก เพราะเป็นพันธ์ที่ไวต่อโรค จึงทำให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมีเข้าช่วย ซึ่งสารเคมีที่เกษตรนำมาใช้คือ “สารอะบาเม็คติน” เป็นสารฆ่าแมลง หากร่างกายได้รับในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการทางระบบประสาท และอาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากระบบหัวใจล้มเหลว และ “สารไดเทน” ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้สำหรับรักษาโรคราของพืช

อยากจะเตือนผู้บริโภคที่ชอบไปเที่ยวสวนตรอว์เบอร์รี่ แล้วชอบไปเก็บ ชิม ชอป ในสวน เซลฟี่ไปด้วย กินไปด้วย โอ้ว น่ากลัวค่ะ หยิบมาแค่ถ่ายรูปก็พอนะคะ ส่วนถ้าจะกินจริง ขอให้เอาไปล้างให้สะอาดก่อน เพราะถึงพ่อค้าแม่ค้าจะบอกว่าไม่ได้ฉีดยากินได้ ก็อย่าไว้วางใจค่ะ ถ้าเกิดแพ้สารเคมีขึ้นมา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะคะ กันไว้ดีกว่าแก่ ได้รูปสวยๆ แต่ได้อาการป่วยกลับมาก็ไม่ไหวนะคะ

สตรอว์เบอร์รี่ผลไม้เพื่อความงาม

รู้เปล่าว่าในสตรอว์เบอร์รี่ 1 ลูก อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระได้แก่ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) เคอซิติน (Quercetin) เคมเพอรอล (Kaempferol) ซึ่งสารเหล่านี้มีส่วนช่วยยับยั้งสารก่อโรคมะเร็งชนิดต่างๆได้ ไม่มีคอเรสเตอรอล แต่มีไฟเบอร์ เหมาะมากๆเลยสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก และตอ้งการดูแลผิวพรรณ์ เพราะในสตรอว์เบอร์รีมีวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย ป้องกันการเสือ่มของผิวด้วย คนที่กินสตรอว์เบอร์รี่เป็นประจำผิวจึงสวยสดใส หรือจะปั่นสตรอว์เบอร์รี่กับโยเกิร์ตมาพอกหน้า สครับผิวหน้าก็ได้นะจ๊ะ

สตรอว์เบอรี่หนึ่งลูกมีอะไรมากกว่าที่คิดจริง ถ้าเลือกทานให้ถูกวิธีก็ช่วยบำรุงร่างกาย แต่ถ้าทานแบบมักง่าย ก็นำพาโรคต่างๆเข้ามาได้นะคะ

มีเงินหลักพันก็เที่ยวลาวนอนโรงแรมหรูได้สบายๆ

มีเงิน 3,000 ไม่รู้จะเที่ยวที่ไหนดี ไปเที่ยวต่างประเทศได้ไหม? สาวอุดรแนะนำเที่ยวที่ลาวค่ะ เพราะค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่ากิน ค่าเที่ยวพอให้คุณได้เที่ยว 2 วัน 1 คืนได้แบบเต็มๆ มีตังค์เหลือซื้อของฝากด้วย ไม่เชื่อ สาวอุดรมีข้อมูลการเที่ยวลาวด้วยเงิน 3,000 บาทมาฝากค่ะ

ทำหนังสือเดินทาง (passport)
ก่อนอื่นเลยตอ้งทำ passport ค่ะ เพราะถึงจะเป็นประเทศลาว เมืองพี่เมืองน้องของเรามาแต่โบราณ ในการข้ามแดนก็ถือว่าเป็นต่างประเทศนะจ๊ะ สาวอุดรเดินทางไปต่างประเทศบ่อยมาก แฮ่ๆๆ ก็อุดร อยู่ใกล้นี่นา ใครอิจฉาก็มาเที่ยวได้ เดี๋ยวสาวอุดรจะแนะนำการเดินทาง พร้อมการเตรียมตัว เตรียมเงินในกระเป๋า รับรองมีเงิน 2000-3000 บาท ก็เที่ยวลาวได้หนำใจ
อ้าว!!! มาพูดถึงเรื่องการทำหนังสือเดินทางกันหน่อย หรือที่เรียกว่า พลาสปอร์ต นั่นแหละค่ะ เห็นเป็นสาวบ้านนอก สาวอุดรก็รู้จักนะคะ เพราะข้ามไปหลายครั้งแล้ว ซึ่งการเดินทางข้ามแดนจะต้องมี หนังสือเดินทาง (Passport) แต่คนไม่มีก็ข้ามได้นะคะ ก็เข้าไปทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว (Temporary Border pass) ใช้แค่บัตรประชาชนเป็นหลักฐาน แต่บัตรผ่านแดนชั่วคราวสามารถอยู่ในเวียงจันทน์ได้ไม่เกิน 3 วัน และไม่สามารถข้ามไปยังเมืองอื่นนอกเวียงจันทน์ได้ ถ้าหากอยากเข้าไปเที่ยวลาวแบบจุใจ สาวอุดรแนะนำเลยค่ะ ไหนๆก็มาแล้ว ทำหนังสือเดินทางเลยดีกว่าเพราะสามารถอยู่ลาวได้ถึง 30 วัน เผื่อเที่ยวติดลมจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวกลับมาทำบัตรชั่วคราวบ่อยๆ
ค่าเงินลาว เงินกีบ (Kip)
ถึงแถวชายแดนไทยลาวจะใช้เงินไทย และรู้ค่าเงินไทย แต่ถ้าเราจะเข้าไปเที่ยวประเทศลาว ก็ควรจะแลกเงิน และรู้ค่าเงินลาวให้ถูกต้องด้วยนะคะ จะได้ไม่มีปัญหาในการจับจ่ายใช้สอย
มารู้จักเงินกีบกันค่ะ ประเทศลาวใช้เงินสกุลกีบ ( Kip) หรือ LAK (The Lao Kip) ซึ่งมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทของไทย THB ต่อเงินกีบ LAK จะอยู่ที่ 1 บาท : 247 กีบ อันนี้เป็นประมาณนะคะ ต้องเชคดูอีกที สาวอุดรเคยไปเที่ยวล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว
วิธีคิดเงินกีบง่ายๆ คือตัดศูนย์สามตัวท้ายออก แล้วเอาตัวเลขที่เหลือคูณด้วยสี่ เช่น ถ้าเรามีเงิน 100,000 กีบ เราอยากรู้คิดเป็นเงินไทยกี่บาท เอาเงิน 100,000 กีบ ตัดเลข 0 ออกสามตัว เหลือ 100 เอา 4 มาคูณ ก็จะได้ 100 x 4 = 400 บาท
แต่ถ้าใครยังงงๆ และกลัวจะคำนวณผิด ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว รถรับจ้าง รับเงินบาทค่ะ แต่ถึงยังไงก็ควรพกเงินกีบไว้ด้วยก็จะดีกว่าค่ะ เพระาเวลาคิดเงินจะได้จ่ายได้ลงตัว และสะดวกต่อการทอนเงินด้วย
ประเภทเงินลาว
เงินกีบจะไม่มีเหรียญนะคะ จะมีแต่ธนบัตร 500 กีบ ,1000 กีบ, 2000 กีบ, 5000 กีบ, 10000, กีบ 20000 กีบ และ 50000 กีบ
การเดินทาง
ใครที่อยู่กรุงเทพ ก็มีสายการบินจากกรุงเทพ – อุดร ก็ลองเช็คกันดูนคะว่ามีสายการบินอะไรบ้าง ใช้เวลาแค่ 1 ชม.เองค่ะ พอมาถึงสนามบินอุดรก็ต่อรถไปหนองคาย – สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ก็จะมีบริการรถตู้ค่ะ ใช้เวลา 1 ชม.ก็ถึงสะพานมิตรภาพไทยลาว ฝั่งไทย คนที่มี Passport ก็ไปขอใบ ตม. กับเจ้าหน้าที่ แล้วกรอกข้อมูลให้เรียบร้อยก่อนเข้าด่าน ตม. ส่วนคนที่ไม่มี Passport ก็ไปทำใบผ่านแดน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง คนที่มี passport จะเข้าคนละช่องนะคะ สังเกตดูดีดี
เสร็จแล้วก็นั่งรถผ่านแดนไปที่ด่าน ตม. ลาว แล้วไปซือการ์ดผ่านแดนคนละ 1 ใบ ต้องใช้ Passport ในการซื้อด้วยนะคะ
ราคาการ์ดผ่านแดน ในเวลาราชการ วันจันทร์ – ศุกร์ 1,000 กีบ หรือ 4 บาท นอกเวลาราชการ : 40-45 บาท
ส่วนใครทีอยากแลกเงินกีบ บริเวณด่าน ตม. ลาว จะมีที่รับแลกเงินไทยบาท เป็นลาวกีบ แต่แนะนำว่าไม่ควรแลกเยอะ เพราะที่ลาวก็ใช้เงินไทยกันค่ะ เสร็จแล้วก็ท่องเที่ยวได้ตามใจเลยจ้า
การเดินทาง ค่ารถ ในลาว
การเที่ยวลาวก็จะมีรถรับจ้างและรถเหมาเที่ยวในเวียงจันทน์ สาวอุดร เอาข้อมูลมาฝากจ้า เผื่อจะได้เตรียมเงินและแลกเงินไว้ได้ถูกต้อง
จากฝั่งลาว จะเข้าเวียงจันทน์ นั่งรถปรับอากาศ ค่าโดยสาร 6000 บาท เอ้ย! ไม่ใช่่ 6000 กีบ หรือ 24 บาทจ้า ใช้เวลาเดินทางแป๊บเดียว เพราะระยะทางแค่ 20 กว่ากิโลเอง หรือจะใช้วิธีเหมารถก็ได้นะ เพระาคนไทยส่วนมากก็จะเหมารถไปเที่ยว ประตูชัย พระธาตุหลวง หอพระแก้ว วัดสีสะเกด เพราะมันสะดวกสบาย และทันเวลาข้ามแดน
ซึ่งเราก็สามารถเลือกได้ตามสะดวกเลยค่ะ รถตุ๊กตุ๊ก รถเก๋ง ราคาก็ไม่ถึงพันค่ะ อยู่ราวๆ 700-800 บาท แต่นั่งได้ไม่เกิน 4 คนนะคะ ถ้ามาเยอะกว่านั้นก็ต้องวางแผนกันใหม่
ค่าเข้าชมสถานที่่ท่องเที่ยว
พระธาตุหลวง ราคา 5,000 กีบ หรือ 20 บาท ประตูชัย หรือ ปะตูไซ ต้องเสียค่าเข้า 3,000 กีบ หรือประมาณ 12 บาท ที่อื่นก็ใกล้เคียง หรือใครอยากไปที่ไหนก็ลองค้นหาข้อมูลก่อนไปนะคะ แต่ราคาเข้าชมไม่คอ่ยแพงเท่าไหร่ค่ะ คนไทยเที่ยวได้สบายๆ
โรงแรมที่พัก
โรงแรมที่ลาว คุณภาพ ความสะอาด บริการ ก็พอกับไทยค่ะ อยู่ได้สบายๆ ราคาประมาณ 800-900 บาท ต่อคืน ถ้ามาเป็นคู่ก็จะประหยัดลงไปอีก ส่วนการจองห้อง ก็จองผ่านบริการทางเว็บออนไลน์ที่จองห้องพักได้เลย สะดวกดี หรือจะมาหาเอาตอนมาถึงก็ได้ราคาก็พอๆกันค่ะ และพนักงานก็พูดไทยได้ คนไทยภาคอื่นๆก็ไม่ต้องกลัวว่าจะสื่อสารไม่รู้เรื่อง
สรุปแล้ว มีเงิน 3,000 ก็มาเที่ยวลาว กิน พัก 2 วัน 1 คืน ได้แบบสบายๆ
ใครชอบวิถีชีวิตแบบบ้านๆและวัฒนธรรมของประเทศลาวก็ลองแวะมาเที่ยวได้รับรองจะติดใจ ขนาดสาวอุดรเป็นคนอีสานยังชอบเลยค่ะ เพราะอีสานทุกวันนี้เจริญมากจนจะกลายเป็นสังคมเมืองไปแล้ว สาวอุดรชอบบรรยากาศแบบบ้านๆ อยู่กับธรรมชาติแบบสงบๆดีกว่าค่ะ ไม่วุ่นวายดี
บทความต่อไปสาวอุดรจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในลาวที่น่าเที่ยวมาฝากนะคะ

ไอ้ทุย หรือ ควายเหล็ก แบบไหนตอบโจทย์ชาวนาไทย

บอกเลยว่า ถ้าใครเคยขี่ไอ้ทุย เดินไปตามท้องนา จะรู้สึกฟินกับบรรยากาศท้องทุ่งได้ดีที่สุด สูดอากาศที่บริสุทธิ์ แล้วหาที่ผูกเชือกให้เจ้าทุยได้เดินกินหญ้า ภาพบรรยากาศแบบนี้ยังติดตาสาวอุดรไม่เคยลืม แต่ตอนนี้ หันไปทางไหน เจอแต่ ควายเหล็ก ไม่รู้จะเอาอารมณ์ฟินมาจากไหนแล้ว บรรยากาศท้องนาเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ ควายไทย หรือ ควายเหล็ก กันแน่ที่ให้ประโยชน์ต่อชาวนามากกว่ากัน

วัฒนธรรมการทำนำแบบโบราณ
ตั้งแต่เกิดมา สาวอุดรก็เห็นพ่อแม่ทำนามาตลอด และยิ่งช่วงนี้วิธีการทำนาเปลี่ยนไปมาก จากที่เคยใช้ปุ๋ยขี้วัว ขี้ควาย ก็ใช้ปุ๋ยเคมีแทน จากเคยใช้ควายไถนา ก็ใช้ควายเหล็กแทน อย่างว่าละนะยุคสมัยเปลี่ยนไป ความเจริญทางเทคโนโลยีก็เปลี่ยนตาม คนมองข้ามวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณไปหมด สมัยนี้ต้องเร็วๆ ทันใจ ฉีดเข้าไปยาฆ่าแมลง หว่านเข้าไปปุ๋ยเคมี ไอ้งามก็งามอยู่หรอกนะ แต่ไม่รู้คนกินได้กินข้าวหรือกินสารเคมีเข้าไปนะสิ มิน่าคนสมัยนี้ชอบเป็นโรคแปลก ว่าไหม?

ความเชื่อกับการทำนาแบบโบราณ
สมัยก่อนชาวนาจะมีวิธีคิดโดยใช้ภูมิปัญญาและพิธีกรรม เข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำนา จนผสานเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน อย่างที่เห็นได้ชัดเจนเลย คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การใช้ควายไถนา การใช้โยนขี้ควายลงในนาก่อน 1 เดือนที่จะทำการไถกลบ และที่สำคัญของชาวนาสมัยก่อน คือ การหาวันดีวันเสีย ซึ่งถือว่าเป็นภูมิปัญญาทำให้ชาวนาเกิดความมั่นใจว่าจะได้ข้าวที่งามอุดมสมบูรณ์ เช่น มีความเชื่อว่า วันพุธไถ วันพฤหัสหว่าน ตามคำที่ว่า พุธไถนา พัสดาหว่านกล้า

พิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว
พิธีแฮกข้าว 9 ต้น ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะบอกว่า ข้าวเป็นเจ้า ต้องยกข้าวไว้บนหัวเพื่อเป็นการขอบคุณ หากมีการเหยีบย่ำข้าว ก็ต้องขอขมา ซึ่งพิธีแฮกข้าว 9 ต้น เป็นการขอให้แม่ธรณีได้ดูแลปกปักรักษาข้าวในนาให้อุดมสมบูรณ์ให้ปลอดเพลี้ย ปลอดแมลง โดยการนำดอกไม้ ธูป เทียน เพื่อบอกล่าวแม่ธรณี โดยการตั้งนโม 3 จบ แล้วนำต้นกล้ามาปักดำที่ทำพิธี จะปัก 3 กอ กอละ 3 แถว รวมกันแล้วได้ 9 กอ
พิธีฮ้องขวัญข้าว ซึ่งพิธีนี้จะจำทำในช่วงเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งก่อนจะเกี่ยวข้าวเสร็จ จะเหลือข้าวแฮก 9 ต้นไว้เพื่อทำพิธี ฮ้องขวัญข้าว โดยการใช้ กระบุง 1 ใบ หวิง 1 อัน ข้าวตอก ดอกไม้ ธูป เทียน เอาไปวางไว้ที่ ข้าวแฮก 9 ต้น แล้วนำไก่ต้มและข้าวสุขใส่กระบุง แล้วเอาหวิงมาซ้อนเอาขวัญข้าว ซึ่งทำคล้ายๆกับการซ้อนหาปลาในน้ำ และ คนที่ทำได้จะต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้น โดยจะมีคำพูดที่ไพเราะว่า “ขวัญเจ้าได้ตกอยู่ตางใด บ่ว่าจะเป็นทิศเหนือ ใต้ ตะวันตก ตะวันออก ถ้าขวัญเจ้าได้ยินแล้วก็ขอหื้อเข้ามาอยู่ในหวิง ซึ่งบัดนี้ข้าเจ้าก็ได้มาซ้อนมาฮ้องเอาขวัญ แล้วข้าเจ้าก็จะได้เอาขวัญแม่ไปไว้ในถุ ในหลอง (ยุ้งข้าว) ต่อไป” แล้วนำขวัญข้าวมาเทใส่กระบุง

ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า พิธีกรรมเหล่านี้ค่อยๆเลือนหายไปจากสังคมไทย จะหาดูพิธีกรรมแบบนี้ก็ต้องสืบเสาะกันว่ายังมีพื้นที่ไหนที่ยังทำอยู่บ้าง กลายเป็นเรื่องแปลก หาดูยาก ของคนยุคนี้ไปแล้ว

แต่เรื่องนี้กับไม่กระทบต่อความรู้สึกของใครหลายคน เพราะคิดว่าเทคโนโลยีสมัยนี้เข้ามาช่วยทำให้พวกเขาสบายขึ้น ทำนาได้เร็วขึ้น ได้ผลผลิตเยอะขึ้น โดยไม่คิดถึงต้นทุนที่เสียไป และสุขภาพที่หายไปด้วย เพราะทุกวันนี้คงไม่มีใครหาขี้ควายมาใส่ที่นากันแล้ว เพราะมีปุ๋ยเคมีที่ช่วยเร่งข้าวให้โตไว ได้ผลดี ถ้ามีแมลงก็มียาฆ่าแมลงไปฉีด ไม่ต้องมาเสียเวลาทำหุ่นไล่กา ทำสมุนไพรไว้ฉีดเหมือนสมัยก่อนแล้ว

อย่างว่าความรวดเร็วย่อมแลกมาด้วยสุขภาพ
เพราะในเมล็ดข้าวที่เรากินอยู่ทุกวันมีทั้งปุ๋ยทั้งยาฆ่าแมลงเคลือบอยู่ ถึงว่าคนสมัยนี้ป่วยเป็นโรคแปลกๆกันเยอะขึ้น

นานาจิตตัง สาวอุดร ชอบวิถีการทำนาแบบสมัยก่อนมากกว่า คิดถึง การลงแขกเกี่ยวข้าว คิดถึงไอ้ทุยที่ขี่ไปนาทุกเช้า คิดถึงพิธีกรรมต่างๆที่น่าจดจำที่เกิดจากภูมิปัญญาแท้ๆของพ่อเฒ่าแม่เฒ่า แต่ปัจจุบัน

“ไอ้ทุย” กลายพันธ์เป็นควายเหล็กไปแล้ว
รถไถนาเดินตาม
ที่ชาวนาสมัยนี้นิยมนำมาใช้ไถนาแทนไอ้ทุย เป็นเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 8-11 แรงม้า มีเกียร์เดินหน้าถอยหลัง ไถได้ประมาณ 10 ไร่ต่อวัน ทำให้สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องจอดพักให้กินหญ้า กินน้ำ เติมน้ำมันครั้งเดียวก็ไถได้ทั้งวัน และไม่ต้องมีภาระเลี้ยงดูตลอดทั้งปี คนจึงนิยมหันมาใช้รถไถนาเดินตามกันมากขึ้น ใครไม่มีก็ไปจ้าง เพราะไถนาได้เยอะกว่าไอ้ทุย “ไอ้ทุยจึงตกงานตามระเบียบ”

รถแทรกเตอร์ 4 ล้อ
ถ้าใครมีที่นาเยอะๆ ใช้รถไถนาเดินตามคงจะไม่ไหว สมัยนี้ก็จะมีรถแทรกเตอร์ 4 ล้อแทน เพราะสามารถไถได้ประมาณ 40 ไร่ต่อวัน ใครที่ทำนาหว่าน หลังจากไถเตรียมดินแล้วก็จะหว่านแห้งแล้วคราดกลบเพื่อรอฝน แต่ถ้าพื้นที่ไหนมีน้ำหรือดินโคลน ก็จะใช้อุปกรณ์ของรถแทรกเตอร์แบบจอบหมุน ย่อยดินในส่วนที่มีน้ำขัง ซึ่งทำให้ชาวนาสะดวก ไม่ว่าพื้นที่จะเป็นแบบไหน รถแทรกเตอร์ก็สามารถจ้า “ ไอ้ทุยจึงถูกลืมสนิท”

เครื่องดำนา
อุ๊ตะ สาวอุดรไม่เคยคิดว่าจะมีใครผลิตเครื่องดำนาออกมา แต่ก็มีแล้วจริง ๆ ซึ่งการดำนาถือว่าเป็นขั้นตอนที่หนักและเหนื่อยสำหรับชาวนามาก เครื่องดำนาสามารถใช้ดำนาได้ 1.5 – 6 ไร่ต่อวัน แล้วแต่จะเลือกเครื่องยนต์ขนาดไหน ซึ่งเครื่องดำนาจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 3 แรงม้า ปักดำครั้งละ 4 แถว ระยะแถว 30 ซม. แต่กล้าที่จะนำมาใช้กับเครื่องต้องเป็นกล้าที่เพาะในกระบะเป็นแผ่น ซึ่งตรงนี้มีความยุ่งยากและต้นทุนสูง ชาวนาจึงไม่นิยม แต่ถ้าเป็นศูนย์เพื่อสาธิตของรัฐจะนิยมเพราะสามารถแยกพันธ์ข้าวที่ปลอมปนออกได้ง่าย

เครื่องเกี่ยวนวดข้าว
เพราะสมัยนี้ชาวนาทำนาได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะพื้นที่เขตชลประทาน ซึ่งต้องใช้ความรวดเร็ว เพื่อที่ชาวนาจะได้ใช้พื้นที่ปลูกข้าวได้ตลอดทั้งปี เครื่องเกี่ยวนวดข้าว จึงเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของชาวนา ซึ่งเครื่องเกี่ยวนวดข้าว สามารถทำงานได้ประมาณ 5 ไร่ต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วทันใจชาวนาที่ทำนาเป็นอาชีพหลักมากๆ

ธรรมชาติย่อมสร้างสิ่งมาทดแทนเสมอ สิ่งหนึ่งหายไป เพื่อให้มีสิ่งใหม่มาทดแทน

ส่วนจะดีแค่ไหน ก็แล้วแต่คนที่นำมาใช้ จะทำประโยชน์จากเทคโนโลยีได้แค่มากน้อยแค่ไหน คงต้องอาศัยทั้งหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกรเองที่ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการทำนาและการทำเกษตรอย่างจริงจัง ส่วนสาวอุดรไปตามหาไอ้ทุยก่อนนะ

“ไอ้ทุยอยู่ไหน ไอ้ทุยอยู่ไหน ไอ้ทุยอยู่ไหน”

คนเอเชียผิวเหลือง อุต๊ะ!!! สาวไทยอยากขาว

สาวไทยคลั่งผิวขาว จนยอมอดข้าว เพื่อจะเอาเงินไปเปลี่ยนสีผิว อุต๊ะ !!! แต่ทำไม คนผิวขาวอย่างฝรั่งถึงกลับชอบผิวสีแทน และยอมเสียเงินค่าเครื่องบิน มาอาบแดดที่ประเทศไทย เพือจะได้ผิวสิแทนกลับไปอวดคนที่ประเทศเขา อิทธิพลของการคลั่งสีผิวแท้ๆ บทความนี้ จะทำให้คนอยากขาวทั้งหลายรู้ว่า การอยากขาวจนเสียสติ จะทำให้ชีวิตดำดิ่งแค่ไหน และคนไทยเปลียนสีผิวได้จริงๆอย่างคำโฆษณาที่ได้ยินมาหรือเปล่า…

สาวไทยคลั่งผิวขาวจนเกิดความเชื่อผิดๆ
เพราะค่านิยมที่เปลี่ยนไป คนที่มีอิทธิพลทางความคิด เช่น เน็ตไอดอล ดารา เซเลป คนดัง ต่างๆ ก็ออกมาเป็นพรีเซนเตอร์และทำแบรนด์ที่เกี่ยวกับผิวขาว ไม่ว่าจะเป็น สบุ่ ครีม โลชัน สครับ หรือแม้แต่อาหารเสริม จนมีบางคนผลิตสินค้าแปลกพิสดารออกมาเพื่อตอบสนองคนอยากขาว จนเป็นข่างโด่งดัง อย่าง สบู่คลอรีน (Chlorine Soap) เพราะรู้ว่ามีสาวๆหลายคนถือคติที่ว่า ต้องขาวเท่านั้นถึงจะเป็นผู้หญิงสวยและดูดี ถึงยังไงก็ขอให้สวยก่อนตาย โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย

ซึ่งสบู่ดังกล่าวมีส่วนผสมของ Calcium hypochlorite ที่เป็นตัวเดียวกันกับที่เขาใส่สระว่ายน้ำ และคนก็เชื่อกันว่า มันฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และทำให้ผิวขาวได้ พวกคลั่งลัทธิความขาวก็แห่กันไปซื้อ จนสมาคมแพทย์ผิวหนังต้องออกมาเตือนว่า สบู่ไม่ว่าจะผสมอะไรก็แล้วแต่ ไม่สามารถเปลี่ยนสีผิวได้

 

สำหรับเรานะ คงไม่ซื้อหรอก ก็ในเมื่อมันบอกอยู่แล้วว่ามีคลอรีน คิดยังไงพากันไปซื้อ ไอ้เปี๊ยกข้างบ้านมันยังรู้เลย คิดง่ายๆ บ้านๆเลยนะ น้ำประปาบ้านเราก็มีคลอรีนอยู่แล้ว แล้วจะโง่ไปเสียเงินซื้อคลอรีนมาถูตัวอีกทำไม นี่ละน้า อิทธิพลของการคลั่งผิวขาว อยากขาวจนไม่ลืมหูลืมตา จนไม่นึกถึงความเป็นจริง

 

ดังนั้น ก่อนจะซื้อหาอะไรมาใช้ ขอให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมากกว่าความเชื่อ ถึงสาวอุดรจะเป็นสาวบ้านนอก ก็ไม่ตกเป็นเหยื่อ และไม่ตกเป็นทาสของความขาวจนเสียสติแบบนี้หรอก

คนไทยเปลี่ยนสีผิวได้จริงไหม?
เห็นคนชอบคนหาวิธีเปลี่ยนสีผิวกันจัง ก็ไปหาข้อมูลดูว่า คนไทยเปลี่ยนสีผิวได้จริงหรือเปล่า
จากข้อมูลพบว่า การที่คนเรามีสีผิวที่แตกต่างกัน เป็นผลจากพันธุกรรม นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น แสงแดด โดยพบว่าตัวการสาคัญคือ เมลานิน โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดการสร้างคุณภาพของเม็ดสีเมลานิน รวมทั้งการกระจัดกระจาย พบว่าคนผิวดำจะมีเมลานินขนาดใหญ่ และกระจายอยู่ทั่วไป ทำให้มีคุณสมบัติในการป้องกันแสงแดดดีกว่าคนผิวขาว ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังน้อยกว่า สาหรับคนผิวขาวพบว่าเม็ดสีเมลานินจะมีขนาดเล็กและอยู่รวมกัน ไม่กระจัดกระจาย และมีปริมาณน้อย

 

สำหรับคนไทยพบว่ามี Carotene Pigment อันนี้ อยู่ในผิวคนเอเชีย จึงทำให้เราผิวเหลืองมากกว่าฝรั่ง แล้วเราก็ชอบมองฝรั่งผิวขาว โดยที่ไม่ได้ดูปัจจัยสมเหตุสมผล สุดท้าย เห็นสาวบ้านนอก แห่กินกลูต้า ฉีดกลูต้าบ้างเอย ซื้อสบู่ผิวขาวที่ผสมอะไรมาถูตัวก็ไม่รู้ มันไม่ได้สวยแบบธรรมชาติ สุดท้ายก็เสียเงินฟรีและยังเปลี่ยนสีผิวไม่ได้ ก็ปัจจัยอทางโครงสร้างสีผิวอย่างที่บอกมาข้างต้นนั่นแหละ

เราว่าสีผิวคนไทยสวยแล้ว ไม่ดำมาก ไม่ขาวซีดไป กำลังพอดีเลย อย่าไปเสียเงินเสียทองเลย เพราะความสวยงามที่แท้จริงต้องมาจากจิตใจและความสามารถ เคยดูประกวดพวกนางงามจักรวาล นางงามโลกไหม ถ้าผิวดำไม่สวยจริง หรือไม่น่าดูจริง ทำไม ถึงมีนางงามผิวดำเข้ารอบ 5 คนสุดท้ายทุกปีเลย และอีกอย่างถ้าใครดูหนังฮอลีวูด ก็จะพบว่ามีพระเอกนางเอกผิวสีทั้งนั้นที่โด่งดังระดับโลก เราก็เห็นสาวหมวยๆ ขาวๆ กรี๊ดกันทั่วบ้านทั่วเมือง

 

คนผิวดำและคนผิวขาวอยู่ร่วมกันได้ไหม?

เราพอรู้มาว่า African Americans เป็นชื่อเรียกของคนที่มีผิวสีดำแตกต่างจากคนอเมริกันที่มีผิวขาว โดยต้นกำเนิดของคนผิวสีส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มมาจากทวีปแอฟริกา แต่เนื่องจากเหตุการณ์การล่าอาณานิคมและธุรกิจการค้าทาส ทำให้ผู้คนเหล่านี้ถูกพาเข้ามาอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมาก ในอดีตสหรัฐอเมริกามีปัญหาการเหยียดสีผิวอย่างรุนแรง แต่ในปัจจุบันนี้ทุกคนได้รับความเท่าเทียมกันในสังคม วัฒนธรรมของคนดำนั้นได้แพร่หลายและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านดนตรี รวมทั้งการแต่งกายและการกีฬา และปัจจุบันมีดารา นักร้อง นักแสดงผิวสีที่โด่งดังมากมาย เป็นยอมรับของคนทั่วโลก

 

การเหยีดสีผิวนำไปสู่ปัญหาใหญ่
ในประเทศแอฟริกาใต้ เราอ่านจากหนังสือเขาบอกว่า ในสมัยยุคล่าอาณานิคม การแบ่งแยกผิว จนทำให้เกิดความขัดแย้งภายในประเทศอย่างรุนแรง กลายเป็นการลุกฮือ ประท้วง และต่อต้านติดต่อกันจำนวนมาก ซึ่งถูกรัฐบาลสั่งปราบปรามและจำคุก
การปราบปรามการต่อต้านการเหยียดผิวเริ่มอ่อนแรงลงในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1980 จนกระทั่งปี ค.ศ. 1990 ประธานาธิบดี เฟรเดอริก วิลเลม เดอ เคลิร์ก จึงได้เริ่มการเจรจาเพื่อยุติปัญหาการเหยียดผิว ต่อมาได้มีการเลือกตั้งแบบหลากชนชาติภายใต้ระบบประชาธิปไตยเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1994 ซึ่งผู้ชนะการเลือกตั้งคือพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา โดยการนำของ เนลสัน มันเดลา แต่ร่องรอยของการเหยียดผิวยังคงส่งผลต่อนโยบายทางการเมืองและสังคมของประเทศแอฟริกาใต้อยู่

เห็นเหตุการณ์ในประเทศอื่น ก็ทำให้นึกถึงประเทศไทยเรา ถึงแม้จะไม่มีการเหยียดสีผิวที่รุนแรง แต่หลายคนก็มักจะมองคนผิวดำ ผิวคล้ำ ชาวบ้าน ชาวนาอย่างพวกเรา เป็นคนที่มีฐานะยากจน สีผิวกลายเป็นตัวแบ่งชนชั้น แบ่งฐานะทางสังคมไปแล้ว คนที่มีผิวดำ ผิวคล้ำ ที่พอจะมีเงินหน่อยต่างก็พากันหาวิธีเพื่อที่จะทำให้ตัวเองผิวขาวขึ้น เพื่อจะอัพตัวเองไปอยู่ชนชั้นที่เรียกว่า ไฮโซ

จะไฮโซ ไฮซ้อ สาวอุดร ก็ไม่่สนใจหรอก
เพราะการให้ความสำคัญกับสีผิวมากจนเกินไป ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ในสังคม จนถึงระดับประเทศ ระดับโลก มาแล้ว

ส่วนเราถึงจะเป็นเด็กบ้านนอก หาปูหาปลาตามท้องนา ก็ไม่ขอดูถูกสีผิวใคร เพราะเราเชื่อว่า คนเราจะดีหรือร้าย ขึ้นอยู่ที่ใจไม่ใช่สีผิว เพราะฉะนั้น สีผิว วัดความเป็นคนไม่ได้เลย การมีจิตใจที่เอื้ออารีต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าคุณจะมีสีผิวอะไร จะผิวดำ ผิวขาว ก็จะมีแต่คนมารุมรัก

เห็นด้วยกับสาวอุดรไหมคะ?

จะสวยแบบเข้าคลินิก หรือ สวยแบบธรรมชาติอย่างเราดี

มีเงินพร้อม อยากสวยไว ก็เข้าคลินิค แต่อยากสวยแบบชิคๆ ทนแดด ทนฝน ต้องตามเทคนิคจากสาวอุดร ไม่ต้องเสี่ยงชีวิตไปฉีดกลูต้า ใช้ของดีที่ธรรมชาติสร้างมา จะเลือกสวยแบบมีคุณค่า หรือ สวยด้วยมีดดี เลือกเอา แต่ถ้าอยากสวยแบบมีทางเลือกที่ดีกว่า อ่านบทความนี้เลยค่า

ผิวคล้ำแบบชาวบ้าน อย่างเราๆ ก็ดีแล้วมั้ง ?

ลองใช้ครีมกันแดด ที่มักจะเน้นเรื่อง SPF 15 มี ++ บ้าง อะไรบ้าง ใช้แล้ว หน้าก็มัน แถมโดนแดดเลียเข้าไปอีก มันเยิ้มเลยทีนี้ โดนแดดมากๆ มันหนีไม่พ้นอยู่แล้ว เรา ที่บ้าน ทำนา หากบ หาปลา ไปตามประสา ผิวก็คล้ำแดด เห็นใน Magazine ผู้หญิง เขาเขียนเกี่ยวกับ เมลาโนไซต์ หรือ melanocytes ที่สร้างมาจาก ผิวหนังของคนเรา ว่ามัน มีกลไกธรรมชาติ แล้ว มันก็ทำให้ผิวดำ เพราะ ทำปฏิกริยากับแสงแดด

สรุปว่า ทำอย่างไร ผิวเราก็ดำอยู่ดี

สวยแบบไทยๆ ผิวคล้ำๆ ไม่ได้เรียกว่าดำ แต่ก็บำรุงได้ ดูกระจ่างใส เราเลย ไปหาวิธีต่างๆ ที่น่าจะเหมาะกับเรา

เรื่องของ Age Spot ที่เห็นๆ ในเน็ต สาวใหญ่ หลายๆคน ที่เราเจอ มักจะเริ่มพูดถึงเรื่อง ริ้วรอยของ Age spot หรือจุดด่างดำที่มากะวัย อิทธิพลของโฆษณาล้วนๆเลย แต่ก็มองข้ามไม่ได้ อันนี้เห็นจาก ฝรั่งที่เขียนวิจัย ก็พบว่ามันมีสาเหตุ หรือ สิ่งเร้ากับผิว โดยเฉพาะผู้สูงวัย เราเองยังสาว ก็ต้องระวัง ทานผัก ผลไม้ จากธรรมชาติเนี่ยแหละดี บ้านเราเอง ก็ฝึกปลูกผัก Hydroponic และก็ทำการเกษตรแบบผสมผสาน เรื่องปุ๋ย เรื่อง ดิน หรือ อินทรีย์วัตถุ ที่เราปรับปรุงดิน ก็ต้องระมัดระวัง ไม่อยากให้มีสารเคมีเจอปน เราเชื่อเรื่อง การปลูกพืชผลการเกษตร แบบ Organic จะทำให้ ราคาดีกว่า เพราะ ยุคนี้ มีคนสนใจเรื่องสุขภาพ อย่างที่ เจ๊หอยใหญ่ บอกไว้

แต่ผิวดำแดงแบบสาวบ้านนาอย่างเราก็มีทางขาวใสได้นะ ถึงจะไม่ขาวแบบเกาหลี แต่อย่างน้อยก็คงจะไม่มีใครเรียก ดำตับเป็ดหรอกนะ เพราะทางทีวีเขาโฆษณาพวก Skin Care ที่มีทั้งบำรุงผิวและช่วยให้ผิวกระจ่างใส ขอแค่เราใช้เป็นประจำต่อเนื่อง skincare พวกนี้ก็จะช่วยฟิ้นฟูผิวให้ดีขึ้น แต่ถ้าอยากใช้ของดีก็ต้องลงทุนหน่อย ว่าแต่เราจะต้องหากบ หาปลา ขายข้าว เยอะแค่ไหนเนี่ย ถึงจะพอซื้อครีมดีดีกะเขามาใช้ได้

เฮ้อ !!! ทำไมสาวบ้านนอกอย่างเรา อยากจะสวยขวาเกาหลีแบบเขาบ้าง ทำไมลำบากจัง

สวยแบบสายธรรมชาติน่าจะเหมาะกับเรากว่า ถ้าเราหน้าขาวๆ แล้วต้องออกไปตากแดดทำนาเหมือนเดิม สงสัยฝ้าถามหาเต็มหน้าแน่ นึกแล้วก็กลัวครีมหน้าขาวขึ้นมาทันที

พูดถึงเรื่องความขาว กับ แสงแดดบ้านเรา ขึ้นมาก็นึกถึง โรคมะเร็งผิวหนัง ชนิดที่ร้ายแรงคือ non-melanoma เป็น มะเร็งผิวหนังชนิดเบซัลเซลล์ (Basal Cell Carcinoma-BCC) เป็นมะเร็งผิวหนังที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของเบซัลเซลล์ จนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

และสาเหตุของมะเร็งผิวหนังประเภทนี้เกิดจากอะไรรู้ไหม? (รุู้แล้วจะหนาว)

เราไปค้นคว้าหาข้อมูลในเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้เว็บหนึ่ง จึงทำให้รู้ว่า โรคมะเร็งผิวหนังเกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือแสงแดดแรงๆในบ้านเรานี่ล่ะ โดยเฉพาะคนที่ต้องตากแดดนานๆทั้งวันอย่างชาวนาแบบเรา ที่ต้องดำนา เกี่ยวข้าว ตากแดดทั้งวัน ยิ่งถ้าใครไปใช้ครีมผิวขาวด้วยแล้วนะ ยิ่งทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้เร็วขึ้นด้วย เพราะคนที่มีผิวขาวซีด ผิวหนังมีเม็ดสีน้อยกว่าถ้้าอยู่กลางแดดเป็นเวลานานจนเกินไป โดยไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกัน หรือทาครีมกันแดด

บรื๋ยยย !!! ไม่อยากจะคิดถึงโรคมะเร็งผิวหนังที่มี ตุ่มแดงๆ เป็นแผลตามตัว นึกแล้วชักไม่อยากจะขาวแล้วซิ ผิวคล้ำๆแบบเรานี่ล่ะ ทนแดด ทนฝน ตัวป้องกันมะเร็งผิวหนังชั้นดีเลย

ขอสวยแบบคมขำ ไม่ได้ดำแต่ผิวแทนๆ ไม่มีโรคภัยดีกว่า สีนี้กำลังเป็นที่ต้องการของต่างประเทศด้วยน้า

ส่วนใครที่อยากสวยทางลัด เข้าคลินิกเสริมความงามก็ไม่ว่ากัน แต่ขอให้ใช้ตังค์ที่ตัวเองหามาได้ อย่าไปรบกวนพ่อแม่ ด้วยการไปโกหกว่า เป็นค่าหน่วยกิตแล้วกัน บาปกรรมจะกินหัวเอา

ส่วนเรา ไปหาทนาคามาโป๊ะหน้าดีกว่า เพราะทานาคาที่สาวพม่านิยมใช้กัน ช่วยป้องกันแดดได้และไม่แพง พอหลังกลับจากทำนาตอนเย็น ก็ไปตัดว่านหางจรเข้หลังบ้าน ตัดก้านแก่ๆหน่อยมาล้าง ปลอกเปลือกเอาแต่วุ้นใสๆข้างใน ล้างให้สะอาดแล้วเอาทาหน้า ก็ช่วยลดการอับเสบแดงจากผิวที่โดนแดดมาท้ั่งวันได้ และยังช่วยลดฝ้า ลดจุดด่างดำ และช่วยให้รอยดำจากสิวจางลงได้นะ

ยังมีอีกเคล็ดลับหนึ่ง คือการทำความสะอาดผิวหน้า สาวอุดรใช้น้ำซาวข้าว ล้างหน้าทุกเช้าเย็น เพราะน้ำซาวข้าวมีประโยชน์มากๆ หลายคนเททิ้งใช่ไหมล่ะ น้ำซาวข้าวช่วยให้หน้าใสและลดสิว ลดฝ้าด้วยนะ ถ้าอยากขัดผิวก็ใช้มะขามเปียก ไม่ต้องไปเข้า สปง สปา อะไรหรอก แพ้ง!!! มะขามเปียกนี่ล่ะ ขัดไป รับรองผิวใสเนียนวิ๊ง ๆๆๆๆ

และที่สำคัญ การทำจิตใจให้ผ่องใส ไม่ยึดติดกับค่านิยมกับวัตถุภายนอกมากเกินไป

ไม่ต้องกินพิซซ่า แค่มีตำบักหุ่ง(ส้มตำ) สักถาด ก็ได้รสชาติก็ซี๊ดถึงใจ
ไม่ต้องนั่งกินบนห้างฯตากแอร์เย็นๆ นั่งกินใต้ต้นมะขามกลางทุ่งนา ยังได้ออกซิเจนมากว่า

แค่เราไม่ยึดติด ก็จะทำให้จิตใจสบาย สาวบ้านนาอย่างเราถึงจะผิวไม่ขาว แต่ก็ใส และไม่แก่ไวนะจ๊ะ

สวยแบบ ทนแดด ทนฝน จ้า
รุู้เคล็ดลับผิวใสของสาวอุดรแล้ว คลินิคเสริมความงามเหรอ!! ไม่ได้เงินฉ้านหรอก จริงไหม?

แฉ!!! แชทอุปโลกน์ ฝรั่งเทียมหลอกสาวไทยล้มทั้งยืน

วันนี้อ่านข่าว เจอเหตุการณ์น่าเศร้ามาก สาวไทยโดนแก๊งฝรั่งเทียมหลอกให้โอนเงิน เพียงเพราะอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น เหตุการณ์นี้ไม่รู้จะโทษใคร จะโทษสาวไทยก็จะดูซ้ำเติมกันเกินไป จะโทษเศรษฐกิจ จะโทษรัฐบาล มันก็คงจะไม่ใช่ เฮ้อ!! ข่าวแบบนี้มีให้เห็นบ่อยมาก แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ถึงฉันจะโชคดี มีสามีฝรั่ง ที่หล่อ รวย แต่กว่าจะได้แต่งงานกับสามีคนนี้ ก็ต้องศึกษาดูใจกันนานๆ ไม่ใช่รู้จักกันแป๊บๆ เห็นผู้ชายฝรั่งสร้างโปรไฟล์ดี หล่อ รวย แล้วก็เชื่อเขา เขาบอกว่าจะหอบเงินเป็นสิบล้านมาแต่ง ก็เชื่อ เขาบอกให้โอนเงินไปให้เขา ก็โอน โดยไม่เอะใจอะไรเลย

พอพูดถึงตรงนี้ ฉันรู้สึกโมโหมาก วันนี้ก็เลยอยากออกมาบอกวิธีหาสามีฝรั่งยังไงไม่ให้โดนหลอก แต่ก่อนอื่นฉันขอแฉไอ้พวกแก๊งต้มตุ๋นนรกนี่ก่อน คราวนี้เจ๊เอาจริง หาข้อมูลแบบจริงจังมาก เพื่อจะเอาข้อมูลออกมาแฉ ให้สาวไทยได้ตาสว่างกันซะที และคราวนี้สามีฝรั่งของฉันก็เห็นดีด้วยที่ฉันจะออกมาแฉไอ้พวกนี้ เพราะเขาบอกว่า ผู้ชายฝรั่งไม่ได้เลวทุกคน และไม่ได้รวยทุกคนเหมือนที่สาวไทยเข้าใจหรอก พวกฝรั่งก็มีทั้งยาก ดี มี จน ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ใช่เห็นเป็นหน้าฝรั่งแล้วจะรวยเสมอไป

งั้นตามเจ๊มาเลย ไปดูกันเลยค่ะว่าไอ้แก๊งนรกนี้มันเป็นใคร
ไอ้แก๊งนรกพวกนี้ มันชอบใช้รูปโปรไฟล์ฝรั่งหล่อๆ เพื่อมาล่อตาล่อใจให้สาวไทยตกหลุมรักมัน แต่จริงๆแล้วมันเป็นแก๊งมิจฉาชีพ สร้างโปรไฟล์ขึ้นมาหลอกเงินคนที่หลงเชื่อมันนี่เอง แก๊งพวกนี้เรียกว่า สแคมเมอร์ (Scammer) ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องโกโรโกโส ในเมือง Lagos ประเทศไนจีเรีย พวกนี้มันจะอาศัยอยู่เป็นกลุ่ม 10-20 คน แล้วนั่งแชทในห้องเดียวกัน ข้อความเดียวกัน ที่ถูกเขียนไว้แล้ว แค่พวกมันก็อปปี้แล้ววาง ถ้าสาวคนไหนเอะใจก็จะรู้สึกมันตอบไม่ตรงคำถาม แล้วข้อความที่ส่งมาจะยาวมาก และมันจะตอบผู้หญิงหลายๆคนด้วยคำพูดเดียวกันทั้งหมด แสบมาก ไอ้พวกนรกชิง โฮ่งๆๆ ขี้เรื้อนมาเกิด

ไอ้พวกนี้วันๆมันไม่ทำอะไร รวมกลุ่มกันนั่งแชทอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ โดยพวกนี้จะปลอมเป็นฝรั่งหน้าตาดี แต่งตัวภูมิฐาน และชอบแอบอ้างว่าทำงานดี มั่นคง เช่น นักธุรกิจ เจ้าหน้าที่รัฐบาล นักลงทุน ทำธุรกิจน้ำมัน ฯลฯ เพื่อหลอกลวงให้คนมาหลงเชื่อ โดยเฉพาะสาวๆ ที่กำลังมองหาสามีฝรั่ง หล่อ รวย ถ้าไอ้พวกนี้ทักมาขอเป็นเพื่อน แล้วสาวคนนั้นตอบตกลงรับเป็นเพื่อน เข้าทางมันละทีนี้ มันก็เริ่มหมัดฮุก จีบสาวทันที บอกว่าเป็นรักแรกพบ คุณสวยอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วก็เรียกแทนตัวสาวๆว่า ฮันนี่บ้าง ดาลิ้งบ้าง แล้วก็บอกรักทุกวัน จนสาวๆเคลิ้มหลงเชื่อ

พอคุยกันได้สักพัก (ไม่ถึงเดือน) มันก็เข้าสู่ขั้นตอนการปิดจ็อบงาน โดยใช้มุกแบบที่พวกเราอาจเคยได้ยินมาก็คือ การอ้างว่าส่งของแพงๆ มาให้เป็นของขวัญ เพื่อให้ผู้หญิงเชื่อใจว่าเขาจริงใจนะ เช่น บอกว่าจะส่งแหวนเพชร กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกาโรเล็กซ์ ฯลฯ แต่ของไม่ผ่านด่านศุลากร โดยจะมีคนไทยที่ร่วมขบวนการโทรมา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ให้เราโอนเงินไปให้ ใครตาโตอยากได้ของเขาก็หลงเชื่อโอนเงินไปให้โดยไม่ตรวจสอบ คราวนี้มันก็ปิดจ็อบงานได้แล้ว มันก็ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับเราสิคะ ส่วนมันก็หาเงินโดยการไปหลอกสาวคนอื่นๆที่หลงเชื่อมันอีกต่อไป ส่วนเราก็ชีช้ำร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด เสียดายเงินที่อุตส่าห์เก็บมาทั้งทั้งชีวิต เพราะอยากได้ของอยากได้เงินก้อนโตกับมัน แบบนี้จะโทษใครได้คะ นอกจากตัวเราเอง

เห็นแล้วเศร้าใจจริงๆ ไม่รู้ว่าเพราะกรรม หรือเพราะความโลภที่มาเข้าสิงจิตใจที่ทำให้ไม่ตรวจสอบอะไรเลย คิดถึงแต่ค่าเงินมากมายมหาศาล เขาบอกจะโอนเงินสกุลดอลล่าร์มาขอแต่งงาน จำนวน 1 ล้านดอลล่าร์ และให้เงินใช้อีกเดือนละ 1,000 ดอลล่าร์ ก็รีบเช็คอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราทันที (ทีอันนี้ละเช็คดีนัก) 1 ล้านดอลล่าร์ ก็ประมาณ 35 ล้านบาท 1,000 ดอลล่าร์ ก็ประมาณ 35,000 บาท/เดือน โอ้ว!!! ยอดเงินมันปิดหูปิดตา ปิดทุกระบบที่จะช่วยกลั่นกรองความถูกต้อง เวรละทีนี้ ความโลภบังตา ฝีเงินดอลล่าร์เข้าสิงห์ จบชีวิตแบบล้มทั้งยืน

อยากเตือนสาวไทยทุกคนว่า การหาสามีฝรั่งที่หล่อ รวย ที่ได้มาง่ายๆ ไม่มีอยู่จริงหรอก ไม่ว่าเชื้อชาติไหน ก็มีทั้งคนดีคนเลวด้วยกันทั้งนั้น ที่เจ๊มีสามีฝรั่งคนนี้ได้ เจ๊ก็ต้องดูนานพอสมควร ไม่เชื่อเขาง่ายๆ ลองใจกันอยู่หลายครั้ง และไม่ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาฟรีๆ แล้วผู้ชายฝรั่งเขาก็ดูออกนะว่า ผู้หญิงคนไหนรักเขาจริง หรือจะหลอกเอาเงินเขา เขาไม่ได้โง่ แล้วครั้งต่อไปเจ๊ะจะมาเล่าวิธีการหาสามีฝรั่งยังไงไม่ให้โดนหลอก

วันนี้เจ๊ะต้องไปทำอาหารให้สามีก่อนนะคะ กะว่าจะทำเมนูแปลกๆให้สามีกิน เอาแบบสไตล์มิกซ์อาหารไทยบวกอาหารฝรั่ง แซบๆ แต่ฝรั่งกินได้ นึกแล้วก็คันมือ เจ๊ไปก่อนนะคะ

ใครสนใจมีสามีฝรั่งติดตามเจ๊ได้ ครั้งหน้ารับรองเจ๊เอาเทคนิคของเจ๊ะนี่ล่ะมาแฉหมดเปลือกให้ฟังเลย

มีแฟนฝรั่งเพราะอยากรวยทางลัด จริงหรือ?

ฮัลโหลๆ วันนี้มีเรื่องมาเมาท์มอย เพราะได้ยินเรื่องแบบนี้มานานละ แต่ยังไม่มีโอกาสได้มาพูดให้ฟังสักที

ก่อนอื่นต้องบอกว่าก่อนว่า สาวอุดร หรือสาวแทบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ่ได้นิยมมีแฟนเป็นฝรั่งกันทุกคนเด้อจร้า แต่เพราะความสวยที่แตะตาตาแตะใจ ทำให้ผู่บ่าวตาน้ำข้าวติดสอยห้อยมากันมาเป็นขบวน (ก็มันเรื่องจริงนิน่า) แต่ไอ้เรื่องรักๆ ชอบๆ เนื้ยมันเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ไหงมีเสียงพรึมพรัมๆ จากทางนูนที ทางนี้ที่ว่า เกาะแฟนรวยบางละ นิยมของนอกบ้างละ จนบางที อยากจะตะโกนใส่หน้าดังๆ ว่า เ_ือก!!! แต่มันทำไม่ได้ (คิดแล้วเศร้าใจจริงๆ)

จริงอยู่ที่การมีแฟนฝรั่ง อาจทำให้เราดูฐานะมากกว่าคนทั่วไป เพราะค่าเงินบาทบ้านเขา สูงกว่าค่าเงินบาทของไทย ถ้าเทียบกันแล้ว 300 บาทของเขา คิดเป็นตัวเลขกลมๆของบ้านเราจะอยู่ที่ 9,900 บาทไทย โห้ เกือบ 10,000 บาทแหนะ

ไม่แปลกใจที่ทำไมคนอื่นถึงคิดว่า การที่เรามีแฟนฝรั่งถึงหวังรวยทางลัด เห้อๆ แต่กลับมาดูตามความจริง วัยรุ่นฝรั่งมีความคิดที่แตกต่างกับวัยรุ่นไทยอยู่มาก เมื่อวัยรุ่นฝรั่งเรียนจบจะยังไม่ทำงานในทันที่ เขาจะออกมาใช้ชีวิตเพื่อค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเขา ก่อนจะตัดสินใจทำงานที่ใดที่หนึ่ง แน่นอนว่าระหว่างนี้ เขายังไม่มีรายได้ใดๆ ถ้ามี ก็จะได้จากการไปทำงานช่วงซัมเมอร์เล็กๆ ตามร้านอาหาร ชั่วโมงหนึ่งโดยเฉลี่ย 12 ดอลล่าร์ (แต่ละที่ให้เรทราคาต่อชั่วโมงแตกต่างกันไป) หรือ ประมาณ 390 บาทไทย หักค่าภาษีแล้วตกชั่วโมงละ 300 กว่าบาทไทย (เท่ากับแรงงานขั้นต่ำไทยเลยนะเนี่ย) อ้อ ค่าภาษีก็โหดเอาการอยู่ นะ อย่างของไทยเรา อยู่ ที่ 7 เปอร์เซนต์ (กำลังมีการขยับตัวอยู่ที่ 8 หรือ 9 เปอร์เซนต์) ของฝรั่งเศษกระโดดไปอยู่ที่ 20.6 เปอร์เซนต์ (o_O)

อย่างว่าละแต่ละประเทศค่าภาษีก็แตกต่างกันไป ของไทยเราถือว่าอยู่ในระดับที่กำลังดีแล้วละ (หรือเปล่า) ส่วนใครที่ได้แฟนฝรั่งช่วงวัยเกษียณ ชื่อก็บอกอยู่ว่า วัยเกษียณ ฝรั่งกลุ่มนี้ คนไทยนิยมเรียกว่า “ฝรั่งขี้นก” ซึ่งนิยมมาอยู่ที่ไทยเพราะเนื่องจากค่าครองชีพค่อนข้างต่ำและคนไทยอัธยาศัยดี ที่สำคัญผู้หญิงไทยเอาใจเก่งมาก (^0^) โดยเฉพาะเบ้าหน้าของสาวอุดรอย่างเราๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ก้ามใหญ่ โหนกเยอะ ดั่งแหมบ ผิวคล่ำ ตัวเล็กๆ ต่างเป็นที่หมายปองของฝรั่งตาน้ำข้าวเลยแหละ ถ้าพูดในเรื่องของฐานะก็ไม่ต่างอะไรกับคนไทยสัดเท่าไหร่เหรอ ซึ่งฝรั่งพอหลังเกษียณก็ยังพอมีรายได้อยู่บ้างนิดหน่อย สำหรับรายได้ของฝรั่งวัยเกษียณ ส่วนใหญ่จะมาจาก

  • เงินที่สมทบเสียภาษีประกันสังคม(Social Security) จะได้รับตอนอายุครบกำหนดแล้วแต่ ปีเกิดบางคน 62 บางคน 65 แต่บางวางแผนชีวิตดีๆ เขาคงไม่หวังเงินตรงนี้สักเท่าไหร่
  • เงินกองทุนเกษียณอายุ ที่ถูกหัก เปอร์เซนต์ไป(แต่ละประเทศไม่เท่ากัน) ตั้งแต่เริ่มทำงาน
  • บำนาญจากนายจ้าง ของเอกชนบางที่ก็ยังมีการจ่ายเงินส่วนนี้ให้อยู่หากอายุงานเป็นไปตามเงือนไข

รวมแล้วๆ ก็ไม่ได้เยอะอะไร ออกแนวไม่พอใช้จ่ายด้วยซ้ำ (นอกจากมีการนำเงินไปลงทุนเอาไว้ก่อนเกษียณ) แต่พอข้ามมาที่ไทยอย่างที่บอกว่าค่าเงิน บ้านเราถูกกว่าเขา ทำให้คนมองว่า เกาะฝรั่งกิน!!! แต่ไม่ใช้จะมีแต่ฝรั่งขี้นกมาอยุูไทยเสมอไป เพราะฝรั่งที่รวยจริงๆ มาปิ้งปังกับสาวไทยก็มีเยอะอยู่ไม่น้อย อันนี้ก็เป็นความโชคดีของสาวไทย ที่อยู่ๆ ก็กลายเป็น “ซินเดอเรล่า” หรือเรียกอีกอย่างว่า “หนูตกถังข้าวสาร” ขึ้นมาทันที ซึ่งแน่นอนว่า ผู้คนก็ต่างเข้าใจผิด คิดว่า ผู้หญิงไทยได้แฟนฝรั่ง ต้องกลายเป็นหนูตกถังข้าวสารไปซะหมด เห้อ แต่ก็มีฝรั่งหลายคนที่ใช้เงินเกษียณมาลงทุนกับแฟนคนไทยได้กำไรงอกเงยขึ้นมา เช่นพวก เปิดสอนพิเศษ อาชีพสุดฮิตของฝรั่งเมื่อมาอยู่ที่ประเทศไทย ล่ามแปลภาษา ก็ได้ภาษาอยู่แล้วนี้หน่า และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างคนแถวบ้านมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ลงขันเปิดร้านอาหารอีสานที่กรุงเทพได้มาระยะหนึ่ง แรกๆก็ยังไม่มีลูกค้า แต่ด้วยความอดทนบวกกับฝีมือการทำอาหารทีอร่อย จนเดี่ยวนี้ มีลูกค้าแน่นเต็มร้านทุกวัน มีทองหยองเต็มคอ ส่งเงินให้พ่อ แม่ ปลูกบ้านใหม่ แลดูเป็นชีวิตที่เพอร์เฟตเลยที่เดียว แต่พอตัดภาพมาที่มีแฟนฝรั่งปุ๊บ

“อ้อ อีนี้อะเหรอ มันมีผัวเป็นต่างชาติ ต่างชาติเขารวย ลองมันมีแฟนเป็นตาสีตาสาสี มันจะมีปัญญาไหม…บลาๆๆๆๆ ”

โอ้ย แม่เจ้าประคุณ ไม่รู้จะปรับเปลี่ยนความคิดแบบนี้ได้อย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ใครมีปาก อยากพูดอะไร ก็พูดไป แต่เราได้แต่นั่งฟังแล้วก็ปลง การที่คนเราอยากรวยทางลัดมันมีมากมายหลายวิธี มีทั้งแบบผิดกฎหมายและก็ถูกกฏหมาย แบบผิดกฎหมายก็รู้ๆ กันอยู่ว่ามีอะไรกันบ้าง ส่วนวิธีรวยทางลัดแบบถูกกฎหมายสุดฮิตของคนไทยคือ เล่นหวย หวังถูกรางวัลที่ หนึ่ง ได้เงินตั้ง 3,000,000.00 บาท (แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยถูกกัน) ไม่ใช่แค่มีแฟนต่างชาติอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ถ้าอยากรวยทางลัด มีวิธีอื่นๆ มากมายค่ะ และคงได้เงินเยอะกว่าการมีแฟนฝรั่งแน่นอน

ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับกับคนสองคนค่ะ ในเมื่อเรารักกัน ไม่ว่า จะคนไทยด้วยกัน หรือ กับฝรั่งตาน้ำข้าว มันก็คือความรักที่สวยงาม เราคนไทยด้วยกัน ไม่ควรพูดจา เสียดสีกันนะคะ เอาไว้วันหลังจะมาเมาท์มอยเรื่องมีแฟนฝรั่งมันดีตรงไหนให้ฟังกันค่ะ วันนี้เมาท์แค่นี้ก่อนค่ะ

ไปทำงานต่างประเทศรวยกว่าอยู่บ้านเราจริงหรือ

วันนี้ของดเที่ยว 1 วัน เพราะสาวอุดรไปเจอแรงบันดาลใจอย่างหนึ่ง ที่ทำให้คนเรารวยขึ้นมาได้ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนสูงๆ ไม่รู้ว่าสาวอุดรคิดผิดคิดถูกนะ แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ข้างๆบ้าน คุณน้า คุณป้า บางคนเขาไปมีสามีฝรั่ง จากที่เคยจนไม่มีจะกิน ตอนนี้เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างสบาย แนะๆๆๆๆ คิดว่าสาวอุดรอยากมีสามีฝรั่งกะเขาล่ะซิ ไม่หรอกค่ะ แค่มันเป็นความคิดแวบหนึ่งที่เข้ามาในหัว เราเป็นคนบ้านนอก ฐานะไม่ได้ร่ำรวย การศึกษาก็ไม่สูง จบแค่ ม. 6 ไม่รู้จะทำงานอะไร สาวอุดรไม่อยากไปทำงานกรุงเทพ เพราะเป็นห่วงพ่อแม่ แต่คิดไปคิดมา อยู่แบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น มันก็เลยมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว “ถ้าเราไปทำงานต่างประเทศล่ะเราจะมีเงินส่งมาให้พ่อแม่ได้มากขนาดไหน” เพราะด้วยค่าของเงิน เขาว่าทำงานเมืองนอกได้เงินไม่มากก็จริง แค่เดือนละ 2,000-3,000 ดอลล่าร์ แต่พอแลกเป็นเงินไทย ตกเกือบแสนเลยนะ
ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีประสบการณ์การไปทำงานต่างประเทศ ก็เม้นตอบสาวอุดรมาได้นะคะ เพราะสาวอุดรคิดคนเดียวไม่มีที่ปรึกษา และด้วยความคิดนี้ทำให้สาวอุดรคิดซ้ำไปซ้ำมา จนมาตกผลึกที่ว่า เราต้องคิดเรื่องเงินเป็นสำคัญ เพราะจะไปเมืองนอก ไปอยู่ไกลบ้านไกลเมืองต้องรวยเท่านั้น รวยแล้วหอบเงินกลับมาบ้าน (ความคิดของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง)
ที่มีความคิดนี้ขึ้นในหัว เหตุเริ่มต้นมีอยู่ว่า มีน้าข้างบ้านเขาได้สามีฝรั่งและเปิดร้านอาหารที่อเมริกา เขาเลยมาชวนสาวอุดรไปทำงานเสริฟที่ร้านเขา เขาบอกว่าได้ทิปประมาณ 100-120 ดอลล่าร์ เลยนะ ค่าที่พัก ค่ากินไม่ต้องจ่าย อยู่กินกับเขาเลย แต่ต้องออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางเองทุกอย่าง สาวอุดรก็ตาลุกวาววเลยสิคะ เห็นเงินลอยมาอยู่เต็มหน้าเลย คิดในใจว่า ข้อยสิรวยแล้วเด้อ!!!
ก็เลยมานั่งค้นหาข้อมูลจากเน็ต และมานั่งคิดคร่าวๆว่า ถ้าได้ประมาณวันละ 100 ดอลล่าร์ ทำงาน 20 วัน ตกเดือนละ 2,000 ดอลล่าร์ แลกเป็นเงินไทยได้ประมาณเดือนละ 70,000 บาท โอ้ว แม่เจ้า อยู่บ้านเห็นเงินพันก็บุญหัวแล้ว ถ้าเราหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวออกสักครึ่งหนึ่งอย่างน้อยก็เหลือส่งกลับบ้านเดือนละ 36,000 บาท โห๋ มันเปลี่ยนชีวิตครอบครัวสาวอุดรเลยนะเนี่ย
หลังจากคิดรายได้รายจ่ายก็ต้องมานั่งคิดถึงค่าเดินทาง ว่าต้องใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้องไปกู้ยืมหรือจำนองที่มาเท่าไหร่ถึงจะพอ เพราะถ้าเรามีรายได้ขนาดนี้ เราคงเก็บเงินมาไถ่ที่ได้เร็ว มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง
สาวอุดรไม่รอช้าค่ะ ตรงดิ่งเข้าถามอาจารย์กลูเกิ้ลค่ะ (ยังไม่อยากถามน้าเขา อยากลองหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อน เพราะกลัวโดนหลอกเหมือนกัน) ก็เลยไปเจอคำตอบที่เว็บ yahoo เขาบอกว่า
ถ้าจะทำแบบถูกกฎหมายเลยก็ต้องมีใบเขียวก่อน แต่การทำใบเขียวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย และใช้เวลานานมาก เพราะต้องให้ญาติพี่น้องที่เป็นประชาชนอเมริกันทำเรื่องขอใบเขียวให้คุณ ซึ่งอาจกินระยะเวลาถึง 10 ปี

ส่วนแบบนี้ ถือว่าง่ายสุดแล้ว แต่ก็ต้องเสี่ยง ไปขอวีซ่าท่องเที่ยวให้ผ่านก่อน แต่แค่การขอวีซ่านั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว คุณต้องมีเงินมากพอ ถามว่ามากขนาดไหน ก็มากพอที่สถานทูตเค้าแน่ใจว่าคุณจะไม่ไปโดดและไปทำงานที่นู่น พอได้วีซ่ามาแล้ว ก็ง่ายขึ้น แกล้งซื้อตั๋วทำเป็นไปเที่ยว พอถึงที่นู่นก็โดดวีซ่าเลย ทำงานไปเรื่อยๆ คนไทยส่วนใหญ่นิยมไปทำงานกันในร้านอาหารไทย แต่ขอบอกว่าแบบนี้ผิดกฎหมาย ถ้าหากคุณถูกจับ มีโอกาสโดนส่งกลับไทยและถูกปฏิเสธการเข้าอเมริกาอีก 10 ปี เลยทีเดียว ในปัจจุบันนี้คนไทยส่วนใหญ่โดดวีซ่ากันเยอะ แล้วเลือกที่จะมาทำเรื่องแต่งงานที่อเมริกา เพื่อให้ได้ใบเขียว แต่ก็ต้องใช้เงินในการจ้างแต่งงานปลอมๆนี่ไม่น้อย

ถ้าหากไม่อยากโดดวีซ่า ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือ ขอวีซ่านักเรียน จ่ายค่าหน่วยกิตตามโรงเรียนสอนภาษา แต่ไม่เข้าเรียน ทางโรงเรียนเค้าจะของวีซ่า ไอ20 ให้ คุณก็สามารถเข้าออกอเมริกาได้สบายๆตราบใดที่ยังจ่ายค่าเเรียนอย่างต่อเนื่อง แล้วคุณก็ไปหางานทำ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า การถือวีซ่านักเรียนแล้วทำงานนั้น ก็ยังถือว่าผิดกฎหมายอยู่ดี
ที่บอกมาทั้งหมด วิธีแรกดีที่สุด แต่ยากที่สุดและมีโอกาสที่จะเป็นไปได้น้อยมาก ส่วนวิธีที่สองก็มีคนนิยมใช้เยอะ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ถ้าไม่ลำบากจริงๆ คุณอย่าทำ เพราะกว่าจะมาทำงานได้จริงๆ คุณก็ต้องหมดเงินไปกับการทำวีซ่า และการเอาชีวิตไปเสี่ยงในเรื่องแบบนี้ ซึ่งคุณก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป อย่าคิดว่าไปทำงานต่างประเทศแล้วจะหอมหวาน เพราะสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ทำกันได้ง่ายๆ”
และยังได้ข้อมูลที่เขามาตอบกระทู้ในเว็บ pantip อีกว่า
“เข้ามาให้ข้อมูลที่ปฏิบัติตามจริงได้ การจะมาทำงานในต่างประเทศได้อย่างถูกกฏหมายนั้นต้องมีวีซ่าที่ทำงานได้ วีซ่าที่ทำงานได้ได้มาจากการมีนายจ้างประเทศนั่นจ้างทำงานและจากการถือวีซ่าถาวร โดยมีผู้ใกล้ชิดทางสายเลือดหรือคู่สมรสขอให้ นอกนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ นอกจากแอบมาทำงานอย่างผิดกฏหมาย ซึ่งจะเหมือนเพื่อนบ้านไทยหลบหนีเข้าเมืองมาแอบทำงานในกรุงเทพ ว่างๆเช้าวันอาทิตย์ไปยืนแอบดูตรงใต้สะพานลอยถนนกาญจนาหรือถนนพระรามสอง จะมีตำรวจยืนโบกให้เท็กซี่ที่ขับมาจอดตรวจบัตรผู้โดยสารที่นั่งมา เขาดูออกว่าเป็นคนงานต่างด้าวหรือไม่ง่ายๆคือ นั่งมาทีเต็มคันรถ การจะมาโดยโครงการ Travel+++อะไรเหล่านี้ มันเป็นโครงการหลอกเอาสตางค์เด็ก ได้วีซ่ามาทำงานแค่สามเดือน จะไปเก็บเงินได้สักเท่าไหร่ ถ้าตัดสินใจแน่วแน่ว่า จะต้องมาทำงานตายเอาดาบหน้าที่เมืองนอกให้ได้ละก้อ ต้องหาทางว่าจะได้วีซ่าตามที่ว่านี้ได้อย่างไร?
วิธีสุดท้าย หาแฟนชาวอเมริกัน แล้วขอวีซ่าคู่หมั้น ไปอยู่ที่นู่นเลย ก็จะทำงานได้ แต่เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ง่ายอีก”

โอ๊ย!!! ความฝันพังทลาย กะว่าจะรวยกะเขาแล้วนะเนี่ย ถ้ามันยุ่งยากขนาดนี้ อยู่บ้านเราดีกว่าเนอะ หรือมีใครพอมีแนวทางที่จะไปทำงานต่างประเทศได้ ก็บอกสาวอุดรมาหน่อยนะคะ สาวอุดรไม่ได้อยากมีสามีฝรั่งแต่อยากไปทำงานค่ะ
และด้วยเหตุนี้ทำให้สาวอุดรฉุกคิดได้ว่า ที่สาวไทยถูกหลอกไปขาย ก็คงเพราะค่าเงินที่แตกต่างกัน และทุกคนก็คงคิดเหมือนสาวอุดร คือ คิดถึงแต่จำนวนเงินที่จะได้ ไม่คิดถึงความปลอดภัย และชีวิตความเป็นอยู่ที่นั่น ว่าเราจะอยู่ยังไง กินยังไง เวลามีปัญหาจะปรึกษาใครได้ ที่สำคัญเลยคือ ไม่รู้กฎหมายบ้านเมืองของเขา เอาเงินเป็นที่ตั้ง จุดจบของความโลภทำให้ชีวิตหลายคนพังไม่มีชิ้นดี นึกแล้วก็กลัว สาวอุดรขออยู่ที่บ้านเราดีกว่านะคะ ถึงจะจนแต่ก็มีความสุขกว่าเยอะ ว่าไหม้??

สาวอุดรน่ารักขาเลาะ พาเที่ยวตลาดนัดยูดีถนนคนเดินเมืองอุดร

วันนี้ว่าจะไปเดินเล่นหาของกินของใช้ซะหน่อย จริงๆก็ว่าจะเดินออกไปซื้อร้านค้าปากซอยนะ แต่มันมีของให้เลือกไม่เยอะ แถมคุณป้าเจ้าของร้านปากซอยชอบบ่นว่าเราเลือกของนานอีก ก็มีของนิดเดียวอ่ะ ไม่รู้จะเอาอะไร แหะๆ ก็เลยเลือกนานไปหน่อย

แต่พอพูดถึงเรื่องของกินของใช้ ก็เลยทำให้สาวอุดรน่ารัก คิดถึงตลาดแห่งหนึ่งในเมืองอุดร ที่ว่ากันว่า ใครมาเมืองอุดรต้องแวะที่นี่ และสำหรับคนอุดรเองก็นิยมไปแวะซื้อหาของกินของใช้ที่นี่ด้วยเช่นกัน เพราะตลาดแห่งนี้มีพื้นที่ใหญ่มาก มีร้านค้าให้เลือกซื้อเลือกชมหลายร้าน หรือจะไปเดินเล่นนั่งจิบเบียร์ก็สบายๆ ก็มีร้านให้นั่งชิวๆ มีมุมให้ถ่ายรูปเซลฟฟี่สวยเยอะ แถมมีร้านของกินของฝากให้เราซื้อกลับบ้านอีกเพียบ สาวอุดรน่ารักพูดเกริ่นมาซะขนาดนี้แล้ว น่าสนใจแล้วใช่ไหม ใครจะไปเตรียมแพคเก็บกระเป๋าตามสาวอุดรน่ารักมาเลยค่ะ

อ้อ!!! ลืมบอกไปว่า ตลาดที่ว่าคือ ตลาดยูดี เป็นตลาดถนนคนเดิน อยู่ใกล้สถานีรถไฟเมืองอุดร ถามใครก็รู้จัก ใครมาเที่ยวเมืองอุดร ห้ามพลาดที่นี่เลยหล่ะ เราชอบไปเดินที่นี่เพราะมีตั้งแต่ของแบกะดินไปจนถึงของแบรนด์เนม ว่าแล้วก็เข้าไปเดินข้างในตลาดกันเลยค่ะ

ตลาดยูดี เปิด 4 โมงเย็น พอไปถึงก็จะเห็นคนวัยทำงาน นักเรียน นักศึกษาที่พากันออกมาเดินเล่นพักผ่อน หาซื้อของกินของใช้กลับบ้านกัน และที่นี่ยังเป็นที่นัดสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อนๆ ทุกวัย เพราะมีร้านให้นั่งจิบเบียร์ฟังเพลงเพลินๆ แต่ขอบอกว่าที่นี่คนเยอะมาก เดินก็ต้องระวังกันหน่อย เดินๆไปเดี๋ยวไปชนฝรั่ง แอบกระซิบนิดนึง ฝรั่งเยอะมาก คนจีนก็มี แต่สาวอุดรน่ารักสปี๊กอังกฤษไม่เป็นนี่สิ ข้อยขอหลบฝรั่งก่อนเด้อ ลำพังภาษาไทยข้อยก็ยังลิ้นแข็งอยู่

ก่อนจะแวะหาซื้อของกินกลับบ้านไปฝากอิแม่ ขอเดินชอปของใช้ก่อนดีกว่า ว่าจะหาพวกสบู่ แชมพู โลชั่นบำรุงผิว และของกิ๊ฟชอปน่ารักๆ ให้สมกับความน่ารักของสาวอุดรสักกะหน่อย อิอิ ว่าแล้วก็เดินไปโซนของใช้ ซึ่งก็มีหลายร้านมาก เลือกกันจนลายตาไปหมด มีสินค้าคล้ายๆกับสินค้าในโรงแรมเลย (เห็นอย่างนี้สาวอุดรน่ารักก็เคยเข้าพักที่โรงแรมกะเขาเหมือนกันนะ) ขวดเล็กๆ น่ารัก เหมาะสำหรับพกพา สีสันสวยงาม มีทั้งแชมพู สบู่ ครีมนวด โลชั่น หมวกอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัวสีขาว มันก็ทำให้สาวอุดรทึ่ง คนทำนี่เก่งมากเลยนะ ทำได้ทุกอย่างเลย พอเจอของที่ถูกใจ สาวอุดรก็ตาลุกวาวสิคะ หมดเงินไปหลายร้อยเลย กลับบ้านอิแม่สิด่าข้อยไหมน้อ !!!

ซื้อของใช้เรียบร้อยแล้วสาวอุดรจะพาเดินไปอีกโซนค่ะ โซนนี้จะเป็นโซนขายของพวกงานฝีมือ ของตกแต่งบ้าน งานปูนปั้น ภาพวาด ตุ๊กตา งานเฮนเมด งานศิลปะ สวยๆให้เลือกไปประดับตกแต่ง และซื้อหาเป็นของฝากได้ โซนนี้เป็นโซนที่กลุ่มแม่บ้าน หรือคนที่มีฝีมือเกี่ยวกับงานประดิษฐ์ หรืองานศิลปะ ทำออกมาวางขาย บางร้านก็จะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่หารายได้พิเศษ ทำตุ๊กตา งานเย็บปักถักร้อยต่างๆที่ตัวเองทำได้ เอาออกมาวางขายกัน ซึ่งโซนนี้น่าอุดหนุนมากๆ

สาวอุดรน่ารักก็เดินเพลินๆต่อไปเรื่อยๆ ก็จะไปเจออีกโซน โซนนี้รับรองคุณผู้หญิงถูกใจแน่ เพราะมีเสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋า รองเท้า แว่นตา ชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ กางเกงกีฬา ใครชอบแต่งตัวตรงดิ่งมาโซนนี้เลยรับรองไม่ผิดหวัง เพราะแบบสวย ราคาถูกยังกะไปซื้อที่ประตูน้ำ แต่ถ้าชอบแต่งตัวไฮโซก็มีของแบรนด์เนมให้เลือกซื้อเหมือนกันนะคะ ชอบแต่งตัวสไตล์ไหน จะญาญ่า คิมเบอร์รี่ หรือ สาวใหญ่ สาวเซกซี่ แบบอั้ม ก็มีค่ะ ใครชอบแบบไหน เลือกได้เลยค่ะ

โอ้ย!!!! สาวอุดรน่ารักเริ่มเหนื่อยแล้ว ขาแทบจะหลุดก้าวไม่ออกแล้ว เพราะตลาดยูดีกว้างเหลือเกิน คงต้องกลับแล้ว แต่ก่อนจะกลับขอแวะไปซื้อของกิน ก็เลยเดินตรงดิ่งไปที่โซนขายอาหาร พอไปถึง กลิ่นหอมๆของอาหารและขนมโชยมา ทำให้ท้องร้อง เห็นแล้วน้ำลายไหลกันเลยทีเดียว มีทั้งอาหารอีสานรสแซบๆ เมี่ยงปลา ลูกชิ้นทอด สารพัดแกง ขนมไทย ขนมฝรั่ง ขนมเค้ก ผลไม้ เอาเป็นว่ามีอาหารครบทั้งสี่ภาค อยากกินภาคไหนเลือกได้เลย แต่สาวอุดรขอแวะซื้อเมี่ยงปลาก่อนนะ เพราะเจ้านี้เขาอร่อยมาก แซบรสเด็ด มาทีไรก็อดซื้อไม่ได้

เพื่อนๆที่ติดตามสาวอุดรมาถึงตรงนี้ ขอแนะนำเลยนะคะว่า ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวเมืองอุดร ก็อย่าลืมแวะตลาดยูดี มีของกิน ของใช้ ของฝากเยอะแยะมากมาย การเดินทางก็สะดวก เพราะอยู่ในเมืองอุดรเลย

เมืองอุดรมีที่เที่ยวสวยๆ น่าเที่ยวน่าไปมากมายอีกหลายแห่ง อีกทั้งมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมอีสานที่น่าค้นหา ครั้งต่อไปสาวอุดรจะพาไปเที่ยวที่ไหน ฝากติดตามกันด้วยนะคะ วันนี้สาวอุดรน่ารักขอตัวกลับบ้านก่อน อิแม่รอกินข้าวแล้ว บ๊ายบายค่ะ….