ได้ยินข่าวพวกสารปนเปื้อนในอาหารบ่อยๆ  จริงๆแล้วมันเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราในฐานะผู้บริโภคต้องรู้  แต่ในชีวิตจริงคงไม่มีใครมานั่งสังเกตว่า กับข้าวร้านไหนมีสารปนเปื้อน หรือเนื้อชิ้นไหนมีสารปนเปื้อนหรือเปล่า จึงทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นแก่ตัว นำสารอันตรายมาผสมในอาหาร เพื่ออยากให้สินค้าตัวเองขายดีมีสีสันสดใส ให้ลูกค้าเข้าใจว่า เป็นสินค้าสดใหม่ แต่จริงๆมันคือสารเคมีที่ใส่เข้าไปชัดๆ  นึกแล้วก็สยอง!!!

และสารปนเปื้อนที่ว่า มันก็อยู่ใกล้ตัวจนคิดไม่ถึง เช่น สารเร่งเนื้อแดง ในเนื้อหมู  สารบอแรกซ์ในผงเนื้อนุ่ม สารฟอร์มาลินในอาหารทะเล สารกันเชื้อราในพวกผลไม้ดอง  ซึ่งของกินพวกนี้นะ มันคือ อาหารที่เรากินเข้าไปทุกวัน เราไม่รู้เลยว่าแต่ละคำที่เรากินมีสารอะไรเข้าไปบ้าง ดังนั้นวันนี้ สาวอุดรจึงอยากจะเอาเรื่องสารปนเปื้อนในอาหารมาเล่าให้ทุกคนฟัง เพื่อจะได้ระมัดระวัง เพราะสารพวกนี้กินเข้าไปมากๆ อาจถึงตายได้เลยค่ะ  และยิ่งมีลูกมีหลานต้องอ่านเลย

สารเร่งเนื้อแดง

เป็นสารที่ผู้ประกอบการลักลอบนำมาผสมในอาหารสุกร เพื่อให้เนื้อมีสีแดงทำให้ผู้บริโภคอยากซื้อเนื้อสวยๆ  แต่จริงๆแล้วสารเร่งเนื้อแดง เป็นสารกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ ซึ่งเป็นยารักษาหอบหืด

อันตรายของสารเร่งเนื้อแดง  ผู้ที่บริโภคเนื้อสุกรที่มีสารเร่งเนื้อแดงมากๆจะมีอาการมือสั่น ปวดศรีษะ หัวใจเต้นแรง กล้ามเนื้อกระตุก เป็นตะคริว คลื่อนไส้ อาเจียน ซึ่งเลวร้ายถึงทำให้กระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ลักษณะของเนื้อที่มีสารเร่งเนื้อแดง  เนื้อจะมีสีแดง สด เข้ม  เกินกว่าปกติ ให้สันนิษฐานไว้เลยค่ะว่ามีสารเร่งเนื้อแดง

วิธีเลือกเนื้อหมูให้ปลอดภัย   คือ เลือกซื้อเนื้อหมูที่สีไม่แดงเข้มจนผิดปกติ ส่วนหมูสามชั้นต้องมีมันมากกว่าชั้นเนื้อ  หรือเลือกซื้อจากร้านที่มีป้ายรับรองจากหน่วยงานของรัฐจะดีที่สุดค่ะ

 

สารบอแรกซ์

ได้ยินชื่อสารบอแรกซ์มาตั้งแต่สมัยเรียนประถมว่ามีอันตราย จนเรียนจบ ทำงาน ก็ยังได้ยินการเตือนเรื่องอันตรายจากสารบอแรกซ์อยู่ทุกวัน นั่นแสดงว่า คนเรายังไม่เห็นถึงพิษภัยที่แท้จริง  สารบอแรกซ์ หรือเรียกกันว่า ผงกรอบ ผงเนื้อนิ่ม น้ำประสานทอง สารข้าวตอก หรือชื่ออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า Sodium Borate เป็นสารทีไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ดี แต่ไม่ละลายในแอลกอฮอล์ 95%  ซึ่งนิยมนำมาใช้ในทางอุตสาหกรรม แต่มีพ่อค้าหัวใสก็นำสารบอแรกซ์มาผสมลงในอาหาร เช่น ปลาบด ลูกชิ้น ผลไม้ดอง เนื้อหมู ทับทิมกรอบ ไก่สด ฯลฯ

อันตรายจากสารบอแรกซ์  ถ้าเรากินอาหารที่มีสารบอแรกซ์เจือปน จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย น้ำหนักลด เบื่ออาหาร เป็นที่สำคัญนะคะ เป็นพิษต่อไต ทำให้เกิดไตวายและสมองได้เลยนะคะ ถ้าได้รับเข้าไปในร่างกายมากถึง 15 กรัม จะทำให้อาเจียนเป็นเลือดและอาจถึงตายได้เลยนะคะ  โห๋ !!! น่ากลัวมากๆเลยค่ะ เด็กๆที่ชอบกินลูกชิ้นต้องระวังให้ดีนะคะ บรื๋ยย. พี่นี่กลัวเลย

 

สารฟอร์มาลิน

เรียกเป็นชื่อทางการเก๋ๆ ว่าสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์   ซึ่งสารนี้เอามาใช้สำหรับดองศพ เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค มีลักษณะเหลวใส ไม่มีสี แต่มีกลิ่นฉุน นำไปใช้กับอุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์พลาสติกสิ่งทอ เพราะทำให้ผ้าไม่ยับ และป้องกันเชื้อราได้ และเกษตรกรยังนำมาใช้เพื่อป้องกันแมลงในช่วงเก็บเกี่ยวด้วยค่ะ

แต่อาจด้วยความไม่รู้ หรือเข้าใจผิดก็ไม่ทราบเหมือนกัน ทำให้นำมาใช้กันแบบผิดๆ คิดว่า ฟอร์มาลินสามารถทำให้อาหารสด ไม่เน่าเสียง่าย เก็บไว้ได้นาน เพราะเวลาขายไม่หมดของจะเน่าเสีย จึงทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าบางคนกลัวขาดทุน นำสารฟอร์มาลินมาผสมในอาหาร เช่น เครื่องในสัตว์ ผัก เห็ด ผลไม้ อาหารทะเล เพื่อให้เก็บได้นาน และนำออกมาขายได้ ไม่เน่า ไม่เสีย ง่าย ๆ

แต่ฟอร์มาลิน เป็นสารอันตราย  ถ้าบริโภคโดยตรง 30-60 มล. จะทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง อุจจาระร่วง จนหมดสติ หรืออาจถึงเสียชีวิตได้เลย  เพราะสารฟอร์มาลินมีผลต่อการทำงานของหัวใจ ไต และทำให้สมองเสื่อมได้  และยังมีอาการปวดร้อนที่ปาก คอ  หรือถึงแม้ว่าไม่ได้บริโภคแต่เพียงสูดดมเข้าไปยังทำให้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งจมูกและลำคอได้

วิธีสังเกตง่ายๆว่าอาหารมีสารฟอร์มาลินหรือไม่  ลองสังเกตว่าอาหารทะเล ของสดต่างๆ ผัก ผลไม้ ที่ซื้อมาไว้ 2-3 วัน กลับไม่เน่าเสีย ทั้งๆที่โดยปกติต้องเน่า หรือเหี่ยวไปแล้ว และเมื่อสูดดมดูจะรู้สึกแสบจมูก  สันนิษฐานไว้ก่อนเลยค่ะว่าน่าจะมีสารฟอร์มาลินดผสมอยู่ อย่ากินเด็ดขาด และที่สำคัญไม่ควรกลับไปซื้อร้านนี้อีกนะคะ

 

สารกันรา 

หรือมีชื่อเป็นทางการว่า กรดซาลิซิลิค  เป็นวัตถุกันเสียที่ใส่ในน้ำดองผักผลไม้ ที่วางขายอยู่ตามตลาดทั่วไป สาวอุดรเองก็เคยซื้อกินเหมือนกันค่ะ  แต่สารกันรานี้จะทำให้ดูว่า ผักผลไม้ดองดูสดใหม่น่ากิน  ซึ่งสารกันรานี่เป็นอันตรายไม่แพ้สารอื่นๆเลยนะคะ  และกระทรวงสาธารณสุขห้ามนำกรดซาลิซิลิค มาใช้ผสมในอาหาร แต่เรากลับพบเห็นวางขายอยู่เต็มไปหมด อย่างเช่น ผักดอง ผลไม้ดอง พริงแกง

อันตรายของกันรา  ถ้าบริโภคเข้าไปในร่างกายมากถึง 25-35 มล.ต่อเลือด 100 มล. จะมีอาการหูอื้อ ชัก อาเจียน ไตวายและอาจถึงตายได้  ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงของดองเหล่านี้ได้ สาวอุดรก็อยากให้หลีกเลี่ยงนะคะ ถ้าอยากกินก็ลองทำกินเองทีละน้อยๆ ซึ่งก็ทำไม่ยาก แต่ถ้าขี้เกียจทำก็หาซื้อตามร้านที่น่าเชื่อถือ หรือก่อนซื้อลองสังเกตดูว่าผักผลไม้ดองมีสีสันสดใจผิดปกติหรือเปล่า หากมีสีสดเกินไป สาวอุดรแนะนำว่าอย่าซื้อดีกว่าค่ะ เป็นอะไรมาจะไม่คุ้ม

 

โอ๊ว!! แค่สารปนเปื้อนในอาหาร 4 อย่างก็น่ากลัวขนาดนี้   สาวอุดรก็อยากให้เพื่อนๆ ก่อนจะเลือกซื้ออาหารมารับประทานต้องเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ และใช้วิธีสังเกตอย่างสาวอุดรบอกเบื้องต้นนะคะ อย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคนในครอบครัว

 

แต่ยังไม่หมดนะคะ ยังมีสารปนเปื้อนในอาหารที่สาวอุดรจะเอามาฝากอีก 4 อย่างแน่ะ รับรองว่าเพื่อนๆ รู้แล้วจะรู้สึกเสียวสันหลังกันไปตามๆกันเลยล่ะ ว่าทุกวันนี้กินสารอะไรเข้าไปในร่างกายบ้างเนี่ย!!!  พูดแล้วสาวอุดรยังขนลุกอยู่เลย

 

ติดตาม อันตรายจากสารปนเปื้อนในอาหารที่ผู้บริโภคควรรู้ (ภาค2) ต่อในบทความหน้านะคะ